
การทูตเชิงรุก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น ระบุว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเข้าร่วมการเจรจากลุ่มการค้าเสรี หุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก หรือ ทีพีพี (TransPacific Partnership) ของประเทศก็คือ กลยุทธ์ทางการทูตเชิงรุก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันตัดสินใจถูกต้องแล้ว
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น ระบุว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเข้าร่วมการเจรจากลุ่มการค้าเสรี หุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก หรือ ทีพีพี (TransPacific Partnership) ของประเทศก็คือ กลยุทธ์ทางการทูตเชิงรุก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันตัดสินใจถูกต้องแล้ว
เนื่องจากวิธีการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการเจรจาทีพีพีได้สมบูรณ์ โดยบทบรรณาธิการอธิบายว่า ถ้าญี่ปุ่นไม่มีพันธมิตรในวงเจรจา ญี่ปุ่นย่อมขาดเสียงสนับสนุน และหากไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิกทั้งหมด ญี่ปุ่นก็ไม่อาจเข้าร่วมทีพีพีได้เต็มตัว
ดังนั้น การพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ กับประธานาธิบดี เอ็นริเก เปนา เนียโต แห่งเม็กซิโก หนึ่งในประเทศที่อยู่ในวงเจรจาทีพีพี จึงตรงกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอาเบะกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเม็กซิโก ว่าการหารือพบหน้ากันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะทางการทูตกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งสำนักงานใหญ่เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของคณะทำงานเจรจาทีพีพี ณ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็นับเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้อง และสมควรได้รับการสนับสนุน
เพราะคณะทำงานดังกล่าวถือว่ามีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การเจรจาการค้าของญี่ปุ่นดำเนินไปได้อย่างลุล่วงและราบรื่น







