
เบื้องหลังบึ้ม นัจมุดดีน อูมา เบื้องหลังพูดคุยสันติภาพ
ระเบิดเอ็ม 79 ที่ยิงใส่บ้านพักนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส อดีตผู้ต้องหากบฏแบ่งแยกดินแดน 2 คืนซ้อน แม้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ กลับให้น้ำหนักไปยังบทบาทของนัจมุดดีน ในฐานะ “ตัวเชื่อมต่อ” ระหว่างรัฐไทยและขบวนการต่อสู้เพื่อปัตตานี ขณะที่เจ้าตัวเองก็ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้เช่นกัน
ระเบิดเอ็ม 79 ที่ยิงใส่บ้านพักนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส อดีตผู้ต้องหากบฏแบ่งแยกดินแดน 2 คืนซ้อน แม้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ กลับให้น้ำหนักไปยังบทบาทของนัจมุดดีน ในฐานะ “ตัวเชื่อมต่อ” ระหว่างรัฐไทยและขบวนการต่อสู้เพื่อปัตตานี ขณะที่เจ้าตัวเองก็ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้เช่นกัน
นัจมุดดีน เชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุทั้งสองครั้งเป็นกลุ่มเดียวกัน และยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวและไม่ใช่เรื่องการเมืองแน่นอน แต่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไม่สงบแน่นอน
“ผมเคยเป็น สส.4 สมัย แน่นอนว่าคนที่เป็น สส.ก็ย่อมต้องมีมือไม้ในพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนก็ตาม ต้องรู้จักคน ทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน มีคนถามว่าที่โดนถล่มครั้งนี้เพราะการเป็นที่ปรึกษาของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือไม่ แต่ปรึกษา 9 คน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องโดนกันหมด แต่นี่ทำไมโดนผมคนเดียว แถมยังโดน 2 ครั้งติดต่อกัน”
ส่วนการเข้าไปเกี่ยวข้องกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นั้น นัจมุดดีน บอกว่า ไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไรใน ศอ.บต. เพียงแต่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. มักจะโทรศัพท์คุยกันในเรื่องปัญหาต่างๆ
“อีกเรื่อง คือผมได้ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ‘คนที่อยู่ในมาเลเซีย’ มาหลายปีแล้ว บอกว่ารัฐบาลเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ต่างประเทศได้กลับบ้าน รวมทั้งได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจก็เท่านั้น”
เมื่อถามย้ำถึง “คนที่อยู่ในมาเลเซีย” เป็นคนในขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชของฟาฏอนีย์ (ปัตตานี) หรือไม่
“ไม่ว่าจะเป็นคนในขบวนการหรือไม่ ต่างก็เป็นคนที่นี่เหมือนกัน ถ้าใครไม่อยากให้พบ เราก็ไม่ไปพบ หรือใครที่อยากให้เจอเราก็ไปเจอ ไม่ใช่ไปหาคนทำผิดมาลงโทษ ไปเจอก็คุย ส่วนเขาจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็เรื่องของเขา แต่เราก็คุยกัน”
นัจมุดดีน ยังได้พูดถึงกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ด้วยว่า ประชาชนทั่วไป 80% เห็นด้วยในหลักการ
“เราพลาดตรงที่การพูดคุยเป็นที่เปิดเผยมากเกินไป ทำให้คนรู้ตั้งแต่ต้น ทั้งที่รัฐบาลยังไม่ควรจะเปิดเผย ต่างจากกระบวนการสันติภาพที่มินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่สังคมรู้ตอนที่กระบวนการใกล้จะจบแล้ว หลังจากที่มีการคุยกันมาเป็นเวลาหลายปี”
เขาบอกว่า สำหรับผู้ที่ยังไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพอีกร้อยละ 20 นั้น เป็นหน้าที่ฝ่ายรัฐจะต้องทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ให้ได้ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและเห็นด้วยในที่สุด
แต่เมื่อย้อนถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า เหตุยิ่งเอ็ม79 ทั้งสองครั้ง มาจากคนกลุ่มนี้? นัจมุดดีนบอกว่า เป็นไปได้ เพราะกลุ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่มีหลายกลุ่ม
“ที่จริงไม่ใช่พวกเขาไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ แต่เรายังหาจุดไม่เจอว่าจะคุยกันอย่างไร ซึ่งก็ต้องพยายามต่อไป”
ส่วนในฝ่ายรัฐ เขาเชื่อว่า ไม่มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ในเมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลแล้ว ทุกฝ่ายก็ต้องทำตาม ยกเว้นว่าจะมีใครเล่นนอกกติกา
สำหรับอนาคตของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ นัจมุดดีน มองว่า ต้องเดินหน้าต่อไป แต่จะให้ปัญหาจบลงในเวลา 34 วัน หรือ 5 เดือน คงเป็นไปไม่ได้ อย่างที่อาเจะห์ประเทศอินโดนีเซีย ก็ใช้เวลาถึง 78 ปี ส่วนที่มินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ใช้เวลาถึง 10 ปี
“ของเราแค่ 3 เดือนเอง แล้วจะให้ปัญหาจบได้อย่างไร เหตุการณ์ในพื้นที่จะเป็นอย่างไร ก็ให้มันเป็นไป เพราะคนทะเลาะกันมาเป็นร้อยปี มาคุยแค่ 4 วันแล้วจะให้จบ เป็นไปไม่ได้”
สำหรับระยะเฉพาะหน้าเขามองว่า ต้องทำความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ต้องทำความเข้าใจแก่คนที่ยังไม่เข้าใจ
เขาบอกว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีรัฐมนตรีเป็นคนในพื้นที่ การทำงานจึงจะสำเร็จ เช่น การตั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย การอนุญาตให้ผู้หญิงมุสลิมสามารถคลุมฮิญาบได้ ก็เกิดขึ้นในสมัยที่มีคนมุสลิมในพื้นที่เป็นรัฐมนตรี
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เขามองว่า สิ่งที่นักการเมืองควรทำซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ คือ ต้องหาช่องทางหยุดความรุนแรงให้เจอก่อน ถ้าแก้ปัญหาไม่สงบไม่ได้ การแก้ปัญหาอย่างอื่นที่ตามมาก็จะยาก
ส่วนบทบาทของกลุ่มวาดะห์ที่มารวมตัวกันนั้น ในปีแรกนี้ได้ขอความช่วยเหลือจาก วันมูหะมัดนอร์มะทา ให้กลับมาเป็นประธานกลุ่มอีกครั้ง ส่วนเด่น โต๊ะมีนา อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ บูราฮานุดิง อุเซ็ง และตัวเขาเอง จะช่วยคิดให้กลุ่มเพื่อเดินต่อไปข้างหน้า
“ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง ที่บ้านนายวันมูหะมัดนอร์ ที่ จ.ยะลา และจะเปิดกว้างให้คนกลางเข้าร่วม จุดประสงค์ คือ จะทำอย่างไรที่จะเอาชนะพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้”







