
หนุนถกสันติภาพใต้ติงรัฐรอบคอบกว่านี้
การเสวนา “ถอดบทเรียนการพูดคุยสันติภาพ รัฐไทยกับบีอาร์เอ็น (BRN)”
โดย...ปริญญา ชูเลขา
การเสวนา “ถอดบทเรียนการพูดคุยสันติภาพ รัฐไทยกับบีอาร์เอ็น (BRN)” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.นั้น ผู้ร่วมเสวนาต่างเห็นด้วยกับการพูดคุย แต่ต้องรอบคอบมากกว่านี้
ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ บอกว่า เห็นด้วยกับการพูดคุย แต่วิธีการที่เป็นอยู่ยังมีคำถามและอาจไม่ถูกต้อง เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบเท่าที่เคยถูกพูดถึงมีเยอะมาก ประมาณ 912 กลุ่ม ซึ่งเมื่อรัฐเลือกที่จะไปเจรจากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจจะสร้างความไม่พอใจกับกลุ่มอื่น จนต้องแสดงตัวออกมา หรือหากกลุ่มที่เจรจาอยู่คือตัวจริง ก็ต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถสั่งการไปที่แนวปฏิบัติได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่รัฐบาลต้องพึงระวัง คือ อย่ายกระดับไปสู่ประเด็นสากล และต้องไม่ลืมว่านโยบายด้านความมั่นคงที่จะแก้ปัญหาประชาชนมีตั้งเยอะ อย่าไปให้ความสำคัญกับการคุยกับกลุ่มก่อเหตุอย่างเดียว และอย่าไปชี้นำหรือบงการ กดดัน กระบวนการพูดคุย ขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่ควรเน้นการประชาสัมพันธ์การตลาดระหว่างการพูดคุยที่มากเกินไป
ปณิธาน วัฒนายากร อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพูดคุยสันติภาพของรัฐบาลครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่พร้อม มาจากการเมืองที่ขาดเอกภาพ และหลักของการเจรจาต้องชัดเจน คือ 1.หลักการเจรจาต้องมาจากฝ่ายนโยบาย การเมือง ผู้นำศาสนา 2.ต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายปฏิบัติการ ที่ระหว่างการพูดคุยนี้ควรจะเห็นการจัดระบบใหม่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ทั้งนี้ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่ต้องปรับในยามที่มีความเคลื่อนไหว ต้องทำงานในทิศทางเดียวกัน จะปล่อยรัฐบาลเดินหน้าอย่างเดียวไม่ได้ กอ.รมน.ต้องปรับระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ เพราะเมื่อมีการพูดคุยก็เป็นไปได้ว่าจะมีการก่อเหตุ และเจ้าหน้าที่ได้กลายเป็นเป้า
3.จะต้องมีการสนับสนุนจากภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ภาคเอกชน สมาชิกพรรคฝ่ายค้านในพื้นที่ เพราะในประเด็นนี้หมายถึงพลังของคนในพื้นที่ที่ต้องอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รัฐบาลที่อาจมีการผลัดเปลี่ยนตามวาระ
นอกจากนี้ ในตัวผู้นำเองต้องแสดงวุฒิภาวะสั่งการทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ จะมัวแต่พะวงอยู่แค่ตารางเวลาว่าจะลงพื้นที่วันใดบ้างคงไม่ได้
“เมื่อมีการพูดคุยเจรจาแล้วไม่ควรจะถอยหากมีอุปสรรค เช่น พื้นที่เจรจาคือประเทศมาเลเซียกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ก็อาจจะมีการเปลี่ยนประเทศเจรจาใหม่ พร้อมไปกับทบทวนแนวทางว่า พอจะมีอะไรยืดหยุ่นเพื่อเกิดประโยชน์ได้บ้าง ให้สถานการณ์เดินไปข้างหน้าได้” ปณิธาน กล่าว
พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การพูดคุยระหว่างรัฐบาลกับบีอาร์เอ็น ทราบมาว่ายังไม่มีแบบแผน บางคนรู้ว่าต้องไปคุยแค่ 12 ชั่วโมเท่านั้น ซ้ำบางคนถูกบังคับมาลงนาม เพราะถูกทางมาเลเซียบังคับ
ขณะที่ ปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ากระบวนการที่ทำอยู่สร้างความน่าพอใจระดับหนึ่ง อาทิ ผลการสำรวจทัศนคติของประชาชน โดยสุ่มตัวอย่างผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และประชาชนในระดับตำบลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา จำนวน 1,870 คน พบว่า ประชาชน 67.17% ให้การยอมรับและเชื่อมั่นต่อกระบวนการสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีปัจจัยความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนอยู่บางส่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อที่จะให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น







