
กฟผ.ลั่นพร้อมลุยลงทุนเอสพีวีทวายหากรัฐบาลสั่ง
กฟผ.ลั่นพร้อมถือหุ้นในเอสพีวีทวายถ้าเป็นนโยบายรัฐ เผยมีแผนตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินส่งไฟกลับมาขายไทย
กฟผ.ลั่นพร้อมถือหุ้นในเอสพีวีทวายถ้าเป็นนโยบายรัฐ เผยมีแผนตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินส่งไฟกลับมาขายไทย
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล หากมีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ที่รัฐบาลไทยและเมียนมาร์จะร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อเข้าไปถือสัญญาเพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย แทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์
“กฟผ.ยินดีให้ความร่วมมือในการเข้าถือหุ้นในเอสพีวี หากเป็นนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ กฟผ.เองมีแผนจะไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ทวาย เพื่อผลิตไฟฟ้าส่งกลับมาขายยังประเทศไทยด้วย” สุทัศน์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ผ่านมา รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทยเมียนมาร์ (เจซีซี) ที่ระบุว่า ผู้ถือหุ้นเอสพีวีจะไม่ใช่รัฐบาลไทย แต่เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ส่วนการลงทุนโครงการต่างๆ เช่น ท่าเรือ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม จะลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุน โดยบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ร่วมถือหุ้นได้ทุกบริษัท และเอสพีวีจะจ้างที่ปรึกษาอิสระตรวจสอบสถานะการเงินการลงทุนที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อชำระคืนให้แก่บริษัท จากนั้นจะตั้งคณะทำงานร่วมแล้วนำรายละเอียดมาตกลงกันในปลายเดือนนี้
เอสพีวี ดังกล่าวจะจัดตั้งขึ้นในไทย โดยรัฐบาลไทยและเมียนมาร์จะถือหุ้นเท่ากัน และทั้งสองประเทศจะทำหนังสือเชิญญี่ปุ่นเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการลงทุนในโครงการทวายอย่างเป็นทางการด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินการเอสพีวีของฝ่ายไทย คือ ในเบื้องต้นอาจดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฟผ. หรือ ปตท. และการท่าเรือ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นผู้ใส่เงินลงทุนในโครงการต่างๆ โดยตั้งบริษัทลูกขึ้นมาภายใต้เอสพีวี และเข้าไปดำเนินการในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฟผ.ลงทุนในการไฟฟ้า ส่วนการท่าเรือก็ลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึก เป็นต้น
การชำระคืนเงินลงทุนแก่อิตาเลียนไทยนั้น แหล่งข่าวเปิดเผยว่าไม่น่าจะเป็นการชำระคืนเป็นเงินสด แต่อาจมาเจรจาร่วมกันว่าสามารถแปลงเป็นหุ้นในบริษัทลูกที่จะตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ ได้หรือไม่
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า สัดส่วนการถือหุ้นในเอสพีวีขณะนี้ยังหลวมๆ อยู่ แต่หากญี่ปุ่นตกลงเข้าร่วมทุนด้วย ไทยและเมียนมาร์จะเจรจาร่วมกันเพื่อตกลงเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นอีกครั้ง







