
ทางด่วนที่คุ้มค่า
การเตรียมปรับราคาทางด่วนขั้นที่ 1 และทางด่วนขั้นที่ 2 รถยนต์ 4 ล้อ จาก 45 บาท เป็น 50 บาท รถยนต์ 610 ล้อ จาก 70 บาท เป็น 80 บาท และรถยนต์ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปจาก 100 บาท เป็น 115 บาท ในวันที่ 1 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ย่อมกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนผู้ใช้บริการ
การเตรียมปรับราคาทางด่วนขั้นที่ 1 และทางด่วนขั้นที่ 2 รถยนต์ 4 ล้อ จาก 45 บาท เป็น 50 บาท รถยนต์ 610 ล้อ จาก 70 บาท เป็น 80 บาท และรถยนต์ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปจาก 100 บาท เป็น 115 บาท ในวันที่ 1 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ย่อมกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนผู้ใช้บริการ
เหตุผลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ยกผลการคำนวณค่าผ่านทางอัตราใหม่ตามดัชนีผู้บริโภค และอ้างสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ หรือบีอีซีแอล มาประกอบการตัดสินใจอาจพอรับฟังได้ หากไม่ประสงค์จะให้เอกชนฟ้องร้องในภายหลัง
แต่ กทพ. ควรคำนึงถึงผลที่จะตามมาจากการปรับขึ้นราคา รวมถึงยกปัญหาที่ผู้ใช้ทางด่วนประสบมาร่วมแก้ ประกอบการพิจารณาเข้าไปด้วย
หากคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าผ่านทางพิเศษ ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ เห็นชอบให้ขึ้นค่าทางด่วนรอบใหม่ ก็ควรมีข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการ กทพ. ออกนโยบายบรรเทาปัญหาที่ประชาชนต้องแบกรับทั้งราคาที่เพิ่มขึ้นและปัญหาจากการใช้บริการด้วย
เป็นต้นว่า กทพ. ควรแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากเวลานี้ไม่ว่าใช้ทางด่วนในช่วงเวลาไหนก็มักจะเจอรถติดตลอด
เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์องค์กรที่ว่า “ทางเลือกที่คุ้มค่า พัฒนาก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ผู้บริหาร กทพ. ต้องออกนวัตกรรมลักษณะบริการพิเศษให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสอดคล้องวิสัยทัศน์ที่ว่าไว้
เช่น ออกบัตรเดียวใช้บริการเชื่อมกันได้ทุกทางด่วน จะได้ไม่ต้องรอคิวจ่ายเงินนาน หรือเพิ่มช่องอีซี่ พาสให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทางพิเศษ ซึ่งจะเพิ่มความคล่องตัวบริเวณด่านจ่ายเงินได้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า กทพ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มุ่งลงทุนเพื่อแสวงหากำไรด้านเดียว แต่ไม่ผลิตนโยบายให้เป็นทางเลือกที่ดีและเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้บริการ
รัฐวิสาหกิจภายใต้กำกับของกระทรวงคมนาคมแห่งนี้ มีกำไรปีละหลายพันล้านบาท เมื่อปริมาณการใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน กทพ.ก็ควรเป็นองค์กรทางเลือกที่ร่วมแก้ปัญหาให้สังคมโดยรวมด้วย
หาก “ทางพิเศษ” มีคำจำกัดความตามกฎหมายว่า ทางหรือถนนซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการจราจรเป็นพิเศษ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหาร กทพ. ต้องทำให้ประชาชนไม่รู้สึกว่า หน้าโง่ยอมควักเงินจ่ายค่าผ่านทางไปติดเกาะอยู่บนถนนยกระดับด้วยตัวเอง
เหตุผลที่ยกมาเพื่อขึ้นราคาจึงยังไม่เพียงพอต่อความเข้าใจ แต่ กทพ.ต้องสร้างความพึงพอใจในการบริการให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการใช้รถใช้ถนนอย่างแท้จริง







