
บึ้มนัจมุดดีนสะเทือนรัฐบาลต้านพูดคุยสันติภาพ
กรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบ้าน นัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส หลายสมัยพรรคเพื่อไทย (พท.)
โดย...ปริญญา ชูเลขา
กรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบ้าน นัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส หลายสมัยพรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำกลุ่มวาดะห์ และในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 ครั้งซ้อนในช่วงเวลา 2 วันติดต่อกัน ถือว่ากระทบต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทย ที่มี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าคณะ กับ “ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี” หรือ “บีอาร์เอ็น” (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) ที่มี ฮาซัน ตอยิบ เป็นหัวหน้าคณะ
สะเทือนถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ริเริ่มนโยบายพูดคุยกับผู้เห็นต่าง รัฐบาลได้ดึงกลุ่มวาดะห์ นักการเมืองมุสลิมที่เคยมีอิทธิพลอย่างสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมงาน แม้ว่า ณ ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยไม่มี สส.ในพื้นที่แม้แต่คนเดียว เพราะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยึดครองพื้นที่ทั้งหมด
โดยแกนนำคนสำคัญที่มาร่วมงาน อาทิ เด่น โต๊ะมีนา วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ มุข สุไลมาน และซูการ์โน มะทา น้องชาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งในการทำงานจะเป็นไปในลักษณะมาร่วมกำหนดทิศทางการทำงานมวลชนในพื้นที่โดยมีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานทางการเมือง
สำหรับตัวนัจมุดดีนเริ่มมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งปรากฏภาพข่าวร่วมหารือกับแกนนำกลุ่มพูโลร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นผ่านมา 1 ปี เกิดกระบวนการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคงไทยกับมาเลเซีย จนกระทั่งเหตุการณ์สุกงอม เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางเยือนมาเลเซีย ช่วงต้นปี 2556 โดยมีโอกาสเข้าพบปะกับ นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรี เพื่อปูทางการลงนามเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 28 ก.พ. 2556
การลงนามในครั้งนี้ สื่อทั่วโลกให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นการยกระดับปัญหาสู่สากล กล่าวคือ เป็นความร่วมมือระดับชาติระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศมาเลเซียให้มาเป็นผู้อำนวยการพูดคุยกับขบวนการก่อความไม่สงบ
งานนี้ ยิ่งลักษณ์ ลงทุนเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียด้วยตัวเอง เพื่อไปเป็นสักขีพยานการลงนามในวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมยกคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องไปร่วมประชุมหารือประจำปี ครั้งที่ 5 กับราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมกับมีบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยูการเจรจาสันติภาพระหว่าง สมช. กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
นับจากวันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา เกิดกระบวนการหารือกันในระดับนโยบาย 3 ฝ่าย คือ ไทย มาเลเซีย และบีอาร์เอ็น นัดหารือกันเดือนละครั้งที่ประเทศมาเลเซีย โดยการเจรจาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยภาพรวมเป็นการหารือเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงลดเหตุการณ์ความรุนแรง
ขณะที่ในการพูดคุยในระดับล่าง หรือระดับพื้นที่ นัจมุดดีนรับเป็นเจ้าภาพหลักไปพูดคุยกับคนในพื้นที่ กลุ่มวาดะห์เตรียมทำงานคู่ขนาน ด้วยการจัดเวทีชี้แจงกระบวนการและแนวทางการเจรจาสันติภาพ โดยจะมีการจัดเวทีกลุ่มย่อยชี้แจงทำความเข้าใจกับ “แกนนำมวลชนชายขอบ” ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าแกนนำมวลชนชายขอบเหล่านี้ คือ ผู้มีอำนาจและอิทธิพลทางความคิดความเชื่อตัวจริงเสียงจริงในพื้นที่ เพราะทราบดีว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้นำอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีอำนาจและอิทธิพลทางความคิดและความเชื่อทั้งทางศาสนาและการเมืองต่อคนในพื้นที่อย่างฝังรากลึกและลับ
ในการจัดเวทีครั้งนี้กลุ่มวาดะห์ตั้งใจจะทำ 30 เวที ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจังหวัดละ 10 เวที แต่ละเวทีจะมี วันมูหะมัดนอร์ มาร่วมพูดคุยในฐานะประธานกลุ่มวาดะห์ โดยวางเป้าหมายดึงแกนนำมวลชนชายขอบเวทีละ 100 คนเป็นอย่างน้อย มาร่วมพูดคุยหารือ เพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการเจรจาเกิดขึ้น
แต่เหตุการณ์ในช่วง 2 เดือนหลังลงนามการพูดคุยสันติภาพกลับรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 พบว่า ตลอดเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นทั้งสิ้น 57 เหตุการณ์ สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน โดยในเดือน ก.พ. มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 42 เหตุการณ์ และเดือน ม.ค. 46 เหตุการณ์ สรุปยอดผู้เสียชีวิต 45 คน บาดเจ็บ 109 คน
อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าพิจารณา คือ ความรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ภูมิลำเนาของฮาซัน และนัจมุดดีน ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่า เป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มแนวคิดสุดโต่งไม่ต้องการที่จะให้มีการพูดคุยเพื่อนำไปสู่การเจรจาทำข้อตกลงอื่นใด นอกเหนือจากการต่อสู้เรียกร้องเอกราชตามที่ถูกปลูกฝังมา
ข้อสำคัญ แม้แต่สังคมไทยส่วนใหญ่ก็ตั้งคำถามต่อกระบวนการพูดคุยนี้ โดยไม่เชื่อมั่นว่าฮาซันจะเป็นตัวจริงที่สั่งการให้ความรุนแรงยุติลงได้ ยิ่งเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นก็ยิ่งตอกย้ำคำถามนี้ให้ดังมากขึ้น
ล่าสุด หัวคณะเจรจา พล.ท.ภราดร ยังมีท่าทีถอย เตรียมหารือ 3 ฝ่าย คือ ไทย มาเลเซีย และบีอาร์เอ็น เพื่อเลื่อนการเจรจารอบที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ถัดวันครบรอบ 9 ปี เหตุการณ์กรือเซะ ในวันที่ 28 เม.ย.นี้เพียงหนึ่งวัน เพราะเห็นว่าบรรยากาศไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะเกิดคำถามตามมาว่ากลุ่ม หรือขบวนการที่รัฐบาลกำลังเจรจาสันติภาพอยู่ขณะนี้ตัวจริงและสามารถคุมสภาพในพื้นที่ได้จริงหรือไม่?
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว ท่าทีของเลขาฯ สมช. ยังมั่นใจอย่างยิ่งว่าฮาซันนั้นเป็นตัวจริง และจะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพต่อไป
ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยแล้วและกำลังส่งผลถึงรัฐบาล โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลโดยตรง







