posttoday
บึ้มนัจมุดดีนสะเทือนรัฐบาลต้านพูดคุยสันติภาพ

บึ้มนัจมุดดีนสะเทือนรัฐบาลต้านพูดคุยสันติภาพ

10 เมษายน 2556

กรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบ้าน นัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส หลายสมัยพรรคเพื่อไทย (พท.)

โดย...ปริญญา ชูเลขา

กรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบ้าน นัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส หลายสมัยพรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำกลุ่มวาดะห์ และในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 ครั้งซ้อนในช่วงเวลา 2 วันติดต่อกัน ถือว่ากระทบต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทย ที่มี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าคณะ กับ “ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี” หรือ “บีอาร์เอ็น” (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) ที่มี ฮาซัน ตอยิบ เป็นหัวหน้าคณะ

สะเทือนถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ริเริ่มนโยบายพูดคุยกับผู้เห็นต่าง รัฐบาลได้ดึงกลุ่มวาดะห์ นักการเมืองมุสลิมที่เคยมีอิทธิพลอย่างสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมงาน แม้ว่า ณ ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยไม่มี สส.ในพื้นที่แม้แต่คนเดียว เพราะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยึดครองพื้นที่ทั้งหมด

โดยแกนนำคนสำคัญที่มาร่วมงาน อาทิ เด่น โต๊ะมีนา วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ มุข สุไลมาน และซูการ์โน มะทา น้องชาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งในการทำงานจะเป็นไปในลักษณะมาร่วมกำหนดทิศทางการทำงานมวลชนในพื้นที่โดยมีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานทางการเมือง

สำหรับตัวนัจมุดดีนเริ่มมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งปรากฏภาพข่าวร่วมหารือกับแกนนำกลุ่มพูโลร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้นผ่านมา 1 ปี เกิดกระบวนการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคงไทยกับมาเลเซีย จนกระทั่งเหตุการณ์สุกงอม เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางเยือนมาเลเซีย ช่วงต้นปี 2556 โดยมีโอกาสเข้าพบปะกับ นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรี เพื่อปูทางการลงนามเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 28 ก.พ. 2556

การลงนามในครั้งนี้ สื่อทั่วโลกให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นการยกระดับปัญหาสู่สากล กล่าวคือ เป็นความร่วมมือระดับชาติระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศมาเลเซียให้มาเป็นผู้อำนวยการพูดคุยกับขบวนการก่อความไม่สงบ

งานนี้ ยิ่งลักษณ์ ลงทุนเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียด้วยตัวเอง เพื่อไปเป็นสักขีพยานการลงนามในวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมยกคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องไปร่วมประชุมหารือประจำปี ครั้งที่ 5 กับราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมกับมีบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยูการเจรจาสันติภาพระหว่าง สมช. กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

นับจากวันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา เกิดกระบวนการหารือกันในระดับนโยบาย 3 ฝ่าย คือ ไทย มาเลเซีย และบีอาร์เอ็น นัดหารือกันเดือนละครั้งที่ประเทศมาเลเซีย โดยการเจรจาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยภาพรวมเป็นการหารือเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงลดเหตุการณ์ความรุนแรง

ขณะที่ในการพูดคุยในระดับล่าง หรือระดับพื้นที่ นัจมุดดีนรับเป็นเจ้าภาพหลักไปพูดคุยกับคนในพื้นที่ กลุ่มวาดะห์เตรียมทำงานคู่ขนาน ด้วยการจัดเวทีชี้แจงกระบวนการและแนวทางการเจรจาสันติภาพ โดยจะมีการจัดเวทีกลุ่มย่อยชี้แจงทำความเข้าใจกับ “แกนนำมวลชนชายขอบ” ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าแกนนำมวลชนชายขอบเหล่านี้ คือ ผู้มีอำนาจและอิทธิพลทางความคิดความเชื่อตัวจริงเสียงจริงในพื้นที่ เพราะทราบดีว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้นำอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีอำนาจและอิทธิพลทางความคิดและความเชื่อทั้งทางศาสนาและการเมืองต่อคนในพื้นที่อย่างฝังรากลึกและลับ

ในการจัดเวทีครั้งนี้กลุ่มวาดะห์ตั้งใจจะทำ 30 เวที ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจังหวัดละ 10 เวที แต่ละเวทีจะมี วันมูหะมัดนอร์ มาร่วมพูดคุยในฐานะประธานกลุ่มวาดะห์ โดยวางเป้าหมายดึงแกนนำมวลชนชายขอบเวทีละ 100 คนเป็นอย่างน้อย มาร่วมพูดคุยหารือ เพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการเจรจาเกิดขึ้น

แต่เหตุการณ์ในช่วง 2 เดือนหลังลงนามการพูดคุยสันติภาพกลับรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 พบว่า ตลอดเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นทั้งสิ้น 57 เหตุการณ์ สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน โดยในเดือน ก.พ. มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 42 เหตุการณ์ และเดือน ม.ค. 46 เหตุการณ์ สรุปยอดผู้เสียชีวิต 45 คน บาดเจ็บ 109 คน

อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าพิจารณา คือ ความรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ภูมิลำเนาของฮาซัน และนัจมุดดีน ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่า เป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มแนวคิดสุดโต่งไม่ต้องการที่จะให้มีการพูดคุยเพื่อนำไปสู่การเจรจาทำข้อตกลงอื่นใด นอกเหนือจากการต่อสู้เรียกร้องเอกราชตามที่ถูกปลูกฝังมา

ข้อสำคัญ แม้แต่สังคมไทยส่วนใหญ่ก็ตั้งคำถามต่อกระบวนการพูดคุยนี้ โดยไม่เชื่อมั่นว่าฮาซันจะเป็นตัวจริงที่สั่งการให้ความรุนแรงยุติลงได้ ยิ่งเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นก็ยิ่งตอกย้ำคำถามนี้ให้ดังมากขึ้น

ล่าสุด หัวคณะเจรจา พล.ท.ภราดร ยังมีท่าทีถอย เตรียมหารือ 3 ฝ่าย คือ ไทย มาเลเซีย และบีอาร์เอ็น เพื่อเลื่อนการเจรจารอบที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ถัดวันครบรอบ 9 ปี เหตุการณ์กรือเซะ ในวันที่ 28 เม.ย.นี้เพียงหนึ่งวัน เพราะเห็นว่าบรรยากาศไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะเกิดคำถามตามมาว่ากลุ่ม หรือขบวนการที่รัฐบาลกำลังเจรจาสันติภาพอยู่ขณะนี้ตัวจริงและสามารถคุมสภาพในพื้นที่ได้จริงหรือไม่?

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว ท่าทีของเลขาฯ สมช. ยังมั่นใจอย่างยิ่งว่าฮาซันนั้นเป็นตัวจริง และจะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพต่อไป

ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยแล้วและกำลังส่งผลถึงรัฐบาล โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลโดยตรง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท