
เรืองไกรยื่นศาลรธน.ยุบปชป.
"เรืองไกร" ยื่นศาลรธน.ยุบ ปชป. หลังร่วมสังฆกรรมแก้รธน.ม.68 จี้ศาลยึดมาตรฐานเดียวกับคำร้อง”ส.ว.สมชาย” เหตุขอคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน
"เรืองไกร" ยื่นศาลรธน.ยุบ ปชป. หลังร่วมสังฆกรรมแก้รธน.ม.68 จี้ศาลยึดมาตรฐานเดียวกับคำร้อง”ส.ว.สมชาย” เหตุขอคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ส่งนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และพวกรวม 11 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 68 และมาตรา 237 ตามสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์
นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนเห็นว่าการกระทำของนายวิรัตน์และพวก เข้าลักษณะมีมูลที่ศาลรัฐธรรมนูญควรจะรับไว้พิจารณาเช่นเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 237 ของประธานรัฐสภาและพวกซึ่งเป็นส.ส.และส.ว. 312 คน เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ โดยตนได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน สั่งให้กรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 11 คนหยุดทำหน้าที่ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยด้วย
นายเรืองไกร กล่าวว่า นอกจากนี้ในคำร้องยังได้คัดค้านไม่ให้ 8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยกเว้น นายจรัญ ภักดีธนากุล เป็นองค์คณะพิจารณาพิจารณาคำร้องดังกล่าวรวมถึงคำร้องของนายสมชาย เนื่องจาก การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ของรัฐสภาในขณะนี้เป็นการแก้ไขเพื่อตัดสิทธิการยื่นคำร้องโดยตรงของบุคคล ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเรื่องนี้ว่า ศาลสามารถรับคำร้องตามมาตรา 68 จากบุคคลที่ทราบการกระทำว่าจะมีการล้มล้างการปกครองได้โดยตรง ในคำวินิจฉัยที่ 18-22 /2555 ดังนั้น จึงถือว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 8 คนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย ข้อ 10 (1) บัญญัติห้ามมิให้ตุลาการที่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนั้นๆ เป็นองค์คณะพิจารณา รวมทั้งยังได้คัดค้านการรับพิจารณาคำร้องของนายสมชาย เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภากระทำในรูปแบบของญัตติแก้ไข ไม่ใช่ร่างพ.ร.บ. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2554 ว่าศาลฯมีอำนาจรับพิจารณาเฉพาะร่างพ.ร.บ.เท่านั้น ไม่มีอำนาจรับพิจารณากรณีเป็นญัตติ
" การยื่นให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ถ้าจะมองเป็นการเมือง ก็ยอมรับ แต่เห็นว่าเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ววอล์คเอาท์ บอยคอต อันนี้ก็ไม่ต้องยื่น แต่นี่ก็ร่วมอภิปราย แล้วพรรคก็ส่งส.ส.ตามสัดส่วนเข้ามาเป็นกรรมาธิการแก้ไข ก็ต้องถือว่ามีส่วนด้วย และก่อนหน้านี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลต้องรีบพิจารณาคำร้องของคุณสมชายว่าเพราะมีการขอคุ้มครองชั่วคราว ก็คิดว่าศาลฯคงใช้มาตรฐานเดียวกับคำร้องของผม เพราะก็ขอคุ้มครองชั่วคราวเช่นเดียวกัน”อดีตส.ว.สรรหา กล่าว







