
แดงอยุธยาไม่กลัวพ.ร.ก.ฉุกเฉินด้านปากน้ำสั่งทุกโรงพักคุม
เสื้อแดงอยุธยาไม่หวั่นพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมระดับพลแดงภาคกลาง 1 หมื่นคนบุกกรุง
เสื้อแดงอยุธยาไม่หวั่นพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมระดับพลแดงภาคกลาง 1 หมื่นคนบุกกรุง
นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา 49 กล่าวภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม และ พระนครศรีอยุธยา โดยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในอำนาจของประกาศรวม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง ซึ่งเป็นอำเภอหลักของเส้นทางสายสำคัญที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพได้อย่างสะดวก ว่า การประกาศดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนเสื้อแดงให้หวาดกลัวแม้แต่น้อยและยังไม่ได้สร้างอำนาจที่จะบังคับให้เราเลิกประท้วงได้ ในทางกลับกับจะเป็นแรงทำให้พลังของเสื้อแดงเพิ่มขึ้น
ล่าสุดเราเสื้อแดงภาคกลางได้ประสานงานด่วน ถึง แดงอยุธยา แดงปทุม แดงอ่างทอง แดงสระบุรี และแดงลพบุรี จะระดมคนให้ได้ 10,000 คน เข้ากรุงเทพเสริมด่วนในค่ำนี้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลอาจมีการสลายกลุ่มคนเสื้อแดงในค่ำคืนนี้ แต่ขอย้ำว่าพกเราไม่เคยกลัว เนื่งอจาก การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แบบนี้ถือเป็นการประกาศที่พร่ำเพรื่อ หรือบ่อยครั้งเกินเหตุ และทุกครั้งที่ประกาศออกมาก็ไม่เห็นจะมีอะไร แต่ประเทศชาติเสียหาย ย้ำว่าคนเสื้อใช้สันติในการเรียกร้อง
นางมยุรี กล่าวอีกว่า โดยข้ออ้างของประกาศที่รัฐบาลนั้นอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลดำเนินการที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยมีการปลุกระดม เชิญชวน ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา และการสื่อสารด้วยวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
ทั้งข้ออ้างทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง กล่าวคือ พวกเราไม่ได้ก่อความวุ่นวาย เรามารวมตัวตามสิทธิอันชอบธรรมตามหลักสากล มาด้วยแนวคิดของตัวเองที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงประเทศชาติในทางที่ดีขึ้น ไม่มีการบังคับหรือล่อลวงมา พวกเราไม่ได้มีการสร้าความปั่นป่วน แต่พวกเรารังเกียจรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่สามารถบริหารประเทศได้แต่ยังหน้าด้านหน้าทน ทำทุกอย่างเพื่อครองอำนาจโดยไม่สนใจเสียงของประชาชน
ขณะที่ พล.ต.ต. ชิษณุพงษ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ออกคำสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพัก คุมเข้มหน่วยงานราชการต่างๆ หลังมีประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงจากทางรัฐบาล โดย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กวดขันดูแลสถานที่ราชการ โดยเฉพาะที่ทำการสถานีตำรวจ และจุดเฝ้าระวังต่างๆ และให้ตร.ทุกนาย อยู่ในที่ตั้งพร้อม ให้การสนับสนุนในการปฏิบัติการได้ตลอดเวลา
ส่วนที่บริเวณโดยรอบพื้นที่อาคารศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงมีเจ้าหน้าที่ กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) มาตั้งป้อมตรวจตราการเดินทางเข้าออก ของผู้ที่มาติดต่อราชการ โดยยังคงเปิดเส้นทางให้เข้าออกได้เพียงด้านละ 1 ช่องทางเท่านั้นและมีเจ้าหน้าที่อยู่เฝ้าบริเวณพื้นที่โดยรอบของตัวอาคารตลอด 24 ชม. นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มี.ค.53 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ถูกยกเลิกการประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคงไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม







