
ตำนานสงการณ์สองยุค
ผมเขียนบทความนี้ก่อนวันสงกรานต์ เดิมตั้งใจจะเขียนเชียร์รัฐบาลเกี่ยวกับการจัดระเบียบการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม เช่น การห้ามเอาน้ำใส่ตุ่มบรรทุกรถวิ่งตระเวนไปสาดน้ำใส่รถเมล์ใส่ชาวบ้าน แต่ท้ายสุดได้ข่าวว่า ได้ยอมถอยอนุญาตให้ฉลองแนวนี้ต่อไปตามปกติ ใครจะเจ็บจะตายจะเกิดอุบัติเหตุ เสียแขน ขา เสียชีวิตไปบ้าง ก็ถือว่าเป็นการฉลองสงกรานต์ผมเลยพลาดโอกาสหาเรื่องเชียร์รัฐบาลไปอย่างน่าเสียดาย
ผมเขียนบทความนี้ก่อนวันสงกรานต์ เดิมตั้งใจจะเขียนเชียร์รัฐบาลเกี่ยวกับการจัดระเบียบการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม เช่น การห้ามเอาน้ำใส่ตุ่มบรรทุกรถวิ่งตระเวนไปสาดน้ำใส่รถเมล์ใส่ชาวบ้าน แต่ท้ายสุดได้ข่าวว่า ได้ยอมถอยอนุญาตให้ฉลองแนวนี้ต่อไปตามปกติ ใครจะเจ็บจะตายจะเกิดอุบัติเหตุ เสียแขน ขา เสียชีวิตไปบ้าง ก็ถือว่าเป็นการฉลองสงกรานต์ผมเลยพลาดโอกาสหาเรื่องเชียร์รัฐบาลไปอย่างน่าเสียดาย
ไหนๆ ตั้งใจจะคุยกันเรื่องสงกรานต์เมื่อเอาเรื่องการจัดระเบียบงานสงกรานต์มาเชียร์รัฐบาลไม่ได้ ขออนุญาตเอาเรื่องตำนานนางสงกรานต์มาคุยแทนแก้เซ็งยุคทองตก หุ้นแกว่ง น้ำมันราคาแพง แต่รถขายดีก็แล้วกัน
ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงทราบตำนานนางสงกรานต์อยู่แล้ว คงไม่ต้องเล่าซ้ำอีก แต่เพื่อนำเข้าเรื่องที่จะคุยต่อไป ขอเล่าสั้นๆ ว่า ในวันมหาสงกรานต์ของแต่ละปี พระธิดา 7 องค์ของพระพรหมองค์หนึ่ง ชื่อว่า ท้าวกบิลพรหม (ซึ่งคงเป็นพระพรหมทางศาสนาพุทธ ไม่ใช่พระพรหมฮินดูองค์ที่ประดิษฐานอยู่หน้าโรงแรมเอราวัณ ซึ่งมีอยู่องค์เดียว) จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอัญเชิญพระเศียรของเสด็จพ่อใส่พานแห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ ก่อนที่จะอัญเชิญพระเศียรไปเก็บรักษาไว้ในถ้ำ ชื่อว่า คันธุลี บนเขาไกรลาส
ภูเขาไกรลาสที่ว่านี้ เป็นภูเขาแถบทิวเขาหิมาลัยในประเทศอินเดีย ไม่ใช่เขาไกรลาสที่หัวหินนะครับ ไม่ต้องเข้าไปขอชมดูพระเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นอันขาด ยกเว้น ถ้าเผอิญใครอ่านบทความนี้แล้ว เกิดมีศรัทธาอยากสร้างพระเศียรจำลองขึ้นมาทำด้วยเรซินก็ได้ แล้วขุดเขาไกรลาสที่หัวหินเป็นถ้ำเล็กๆ ติดป้ายไว้ ชื่อว่า ถ้ำคันธุลี แค่นี้ก็หลอกนักท่องเที่ยวได้แล้ว หลังจากนั้นประเทศไทยก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยว และขอหวยเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งนับวันจะศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนถูกหวยนำพวงมาลัยกลับมาจุดธูปจุดเทียนแก้บน
ส่วนคนที่ขอแล้วไม่ได้ ไม่เป็นไร มักจะเงียบสนิทไม่บอกใครอยู่แล้ว ไอเดียเจ๋งไหมครับ ไม่ต้องใช้เงินถึง 2 ล้านล้านบาท ก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้
ออกนอกเรื่องไปหน่อยเพราะ 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟังท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ กับ พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจนฝังหัว จะพูดจะเขียนจะทำอะไรมักวกเข้าเรื่องสองเรื่องนี้จนเสียงานเสียการที่ควรจะทำ
กลับมาเรื่องตำนานต่อดีกว่า การที่พระธิดาทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหมเดือดร้อนใส่เสื้อใส่ผ้าไม่ทันต้องออกมาเปลือยอกเข้าขบวนแห่อัญเชิญพระเศียรของพระบิดารอบเขาพระสุเมรุ ก็เพราะท้าวกบิลพรหมท่านยอมตัดพระเศียรของพระองค์เอง เนื่องจากแพ้พนันมนุษย์ ชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร ที่พนันกันไว้ว่า ถ้าธรรมบาลกุมารตอบคำถาม 3 คำถามของพระองค์ได้ จะยอมตัดพระเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดหัวธรรมบาลกุมารเสีย เผอิญธรรมบาลกุมารตอบได้ เพราะได้ยินนกอินทรี 2 ตัวคุยกันบนต้นตาลที่ตัวเองนอนอยู่ แล้วนกอินทรีตัวผู้เฉลยคำตอบให้นกอินทรีตัวเมียฟัง
คำถามก็แค่ถามว่า ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหนตอนเที่ยงอยู่ที่ไหน และตอนค่ำอยู่ที่ไหน ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า “ศรี” คืออะไร แต่คำเฉลยคือ ตอนเช้าอยู่ที่หน้า คนถึงล้างหน้าทุกเช้า ตอนเที่ยงอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอมพรมที่อก และตอนเย็นอยู่ที่เท้า คนถึงต้องล้างเท้า
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า แค่ตั้งคำถาม คำคมกันแค่นี้ เล่นกันแรงถึงพนันตัดหัวกัน นึกไม่ออกว่า ตำนานเรื่องนี้คนโบราณท่านต้องการให้คติเตือนใจอะไรกับคนทั่วไป หรือเป็นแค่ตำนานที่ถูกสร้างขึ้นมาในอีเวนต์ให้งานสงกรานต์มีสีสันขึ้นเท่านั้น
มองในแง่ดี อาจแสดงให้เห็นว่า ยุคโบราณคนในประเทศอินเดียถือสัจจะยิ่งกว่าชีวิต เหมือนคำขวัญลูกเสือที่ว่า เสียชีพอย่าเสียสัตย์ แม้แต่วีไอพีระดับพระพรหม เมื่อทำสัญญากับใครก็ปฏิบัติตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ทั้งๆ ที่ทราบว่า ถ้ายอมทำตามคำพูด นอกจากพระองค์จะเสียพระชนม์ชีพแล้ว พระธิดาทั้ง 7 ยังพลอยเดือดร้อนรับภาระแห่พระเศียรต่อไปอีกไม่รู้กี่กัปกัลป์ เพราะพระเศียรของพระองค์ถ้าตัดลงมาแล้วตกดิน ไฟจะลุกไหม้ท่วมโลก ถ้าโยนไปบนอากาศ ฝนจะแล้ง และถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง
ความจริง ถ้าพระองค์มีอำนาจยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จะเบี้ยวสัญญาเสียก็ย่อมได้ใครจะทำอะไร แต่พระองค์เลือกที่จะเสียชีพไม่เสียสัตย์
เรื่องของการรักษาคำพูด รักษาสัตย์ยิ่งกว่าชีวิตมีอยู่มากมายในวรรณคดีอินเดียและจีน เช่น ในมหากาพย์เรื่องมหาภารตะ ภีษมะ ซึ่งเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ และเป็นผู้ที่รักความเป็นธรรม ความยุติธรรมอย่างยิ่ง ยอมรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพฝ่ายเการพออกไปทำสงครามกับเหล่าหลานรักฝ่ายปานฑพ ทั้งๆ ที่ทราบว่าในที่สุดฝ่ายเการพที่ครองกรุงหัสดินาปุระอยู่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะเป็นฝ่ายอธรรม
ทั้งนี้ เพราะเคยถวายสัตย์กับพระบิดาว่าจะไม่แต่งงานตลอดชีวิต เพื่อทำหน้าที่ปกป้องกรุงหัสดินาปุระ จนท้ายสุดถูกศรจากพระหัตถ์ของหลานชายและลูกศิษย์สุดที่รักคือพระอรชุนยิงใส่ตรึงไว้กลางสนามรบจนสงครามสงบ หรือในเรื่องสามก๊ก จูล่งยอดขุนพลของเล่าปี่ ยอมเสี่ยงชีวิตรำทวนบุกเดี่ยวเข้าไปในกองทัพนับหมื่นของโจโฉ เพื่อช่วยอาเต๊าโอรสของเล่าปี่ เพราะได้สัญญาไว้กับเล่าปี่ว่าจะคุ้มครองพระชายาและโอรสของเล่าปี่ด้วยชีวิต
เรื่องราวประเภทนี้มั้งครับที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการรักษาสัจจะไม่พูดอย่างทำอย่าง ไม่โกหกหน้าตายจนตัวเองเชื่อเรื่องที่กุขึ้นเอง พูดคำไหนเป็นคำนั้น และไม่พลิกพลิ้วไปตามสถานการณ์
เท่าที่อ่านๆ มา ทั้งสองวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ คือ ทั้งจีนและอินเดียไม่เคยผลิตวรรณคดีหรือตำนานประเภทศรีธนญชัยให้ลูกหลานอ่านเพื่อเป็นแบบอย่าง ท้าวกบิลพรหมจึงเสียพระเศียรง่ายๆ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศสารขัณฑ์ยุคไอโฟนกำลังเฟื่อง รับรองว่าท้าวกบิลพรหมไม่เสียหัวแน่ เพราะ
1.ท่านต้องหาทนายความเก่งๆ มาดูข้อกฎหมายต่อสู้ เช่น สัญญาที่ทำขึ้นไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีพยาน หรือถ้ามี เป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะกฎหมายห้ามไม่ให้ใครฆ่าตัวตาย
2.ต้องตีความคำว่า “ศรี” แปลว่าอะไร ถ้าท่านเป็นนักการเมืองหน่อย ก็แค่บอกว่าคำเฉลยผิด เพราะคนล้างหน้าตอนเช้าแก้ง่วง ล้างขี้ตาให้แจ่มใสพร้อมจะไปทำงาน ส่วนตอนบ่ายที่พรมน้ำหอมที่อกก็เพื่อระงับกลิ่นกายเพราะเหงื่อ ออก และตอนเย็นที่คนล้างเท้าก็เพราะไม่อยากให้ผ้าปูเตียงเปื้อน ไม่เกี่ยวกับ “ศรี” อะไรทั้งนั้น
3.ต้องอ้างกับบรรดาเทวดาและมนุษย์ ว่า ถ้าท่านยอมปฏิบัติตามข้อตกลงจะทำให้ประชาชนโลกและสวรรค์เดือดร้อน เพราะจะเกิดไฟไหม้โลก หรือภัยแล้งครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเห็นแก่ประเทศชาติและส่วนรวม จึงขอเสียสัตย์เพื่อชาติและประชาชนให้ถือว่าเป็นไวท์ลายก็แล้วกัน
4.จัดเหล่าเทวดาออกมาเป็นมวลชนประท้วงข้อตกลงว่าเป็นแค่พูดกันเล่นๆ ธรรมบาลกุมารไม่มีมนุษยธรรมขนาดให้พระองค์ตัดพระเศียรให้ จึงควรตัดเศียร
5.แย้งว่าธรรมบาลกุมารฟ้องผิดศาลเพราะต้องไปฟ้องศาลเทวดาไม่ใช่ศาลมนุษย์ ใครอยากฟ้องให้หาทางขึ้นไปฟ้องเอาเอง
6.ถ้าแพ้คดีก็หนีขึ้นสวรรค์ใครอยากจะจับให้ตามไปจับเอง ไม่ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้จบๆ ไปเสียเลย แค่นี้ก็บังคับคดีไม่ได้แล้ว สรุปที่ท้าวกบิลพรหมเสียหัวก็เพราะไม่รู้จักใช้เงินใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์นั่นเอง
เรื่องนี้อ่านแล้วอย่าคิดอะไรมาก เพราะเขียนตอนอากาศร้อนประมาณ 39 องศา
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ







