posttoday
3 ปี 10 เม.ย. แดง...เหลวทุกเป้า

3 ปี 10 เม.ย. แดง...เหลวทุกเป้า

09 เมษายน 2556

ครบรอบ 3 ปี “10 เมษาฯ” เหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

โดย...ชุษฎ์วัช ตันวานิช

ครบรอบ 3 ปี “10 เมษาฯ” เหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณสี่แยกคอกวัว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งทหารและประชาชน ถือเป็นเหตุการณ์ที่จุดเชื้อ ยกระดับความรุนแรงจนปะทุเป็นวิกฤตการณ์ “19 พฤษภาฯ เลือด” จนมีผู้เสียชีวิตรวม 99 คน บาดเจ็บกว่า 2,000 คน

ยุบสภาแล้วคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้เลือกรัฐบาล จนในที่สุดได้ “พรรคเพื่อไทย” เข้ามาบริหารประเทศ นับเป็น “ชัยชนะแรก” จากการต่อสู้ของมวลชนเสื้อแดง และถือเป็น “ชัยชนะเดียว” จวบจนบัดนี้เป็นเวลาครบ 3 ปี

เพราะเป้าหมายหลักของกลุ่มคนเสื้อแดงหลังได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง คือ การปฏิรูปประชาธิปไตยและแก้ไขโครงสร้างเชิงอำนาจผ่าน 3 ภารกิจใหญ่ คือ ล้มรัฐธรรมนูญรัฐประหารเเละยกร่างฉบับประชาชน ประกาศรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ (ศาลโลก) และปลดโซ่ตรวนนักโทษการเมืองพ้นคุก แต่ท้ายที่สุดกลับล้มเหลวทุกแนวทาง

ถึงแม้จะมีรัฐบาลแนวร่วมเดียวกัน ซ้ำยังมีแกนนำคนสำคัญอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าไปนั่งเป็นคณะรัฐมนตรี รวมไปถึง สส.บัญชีรายชื่อโควตาเสื้อแดงล้นพรรค พ่วงด้วยเก้าอี้ที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรี สารพัดกระทรวง ถึงกระนั้นก็ตามไม่อาจผลักดันเป้าหมายหลักของคนเสื้อเเดงให้ถึงฝั่งได้

ไล่ตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่กลับสะดุดหล่มตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยใส่เกียร์ถอยสุดตัวไม่กล้าโหวตวาระ 3 ก่อนจะซื้อเวลาด้วยการตั้งคณะทำงานภายใต้การนำของโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา หลังศึกษานานร่วม 5 เดือน คณะทำงานมีมติยืนยันให้เดินหน้าลงมติวาระ 3 ต่อ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังไม่กล้าเดินหน้าโหวต พร้อมเบนเข็มทิศไปเส้นทาง “ประชามติ” เเต่เป็นอันต้องตัดสินใจถอยรอบ 3 หลังโดนฝ่ายค้านโหมปลุกประชาชนให้คว่ำประชามติ โดยการไม่ออกมาใช้สิทธิพร้อมขู่ว่าเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ จนรัฐบาลต้องถอยหลังพิงฝามาลงล็อกที่การแก้ไขรายมาตรา แต่ยังไม่รอดเงื้อมมือศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติรับคำร้องว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเข้าข่ายผิดมาตรา 68 หรือไม่

ขณะที่ปมการรับอำนาจศาลโลกเพื่อพิจารณาคดีสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อเเดงเมื่อปี 2553 กลายเป็น “เผือกร้อน” ที่กระทรวงต่างประเทศมีอันต้องรีบแช่แข็ง หลังโดนโจมตีว่าหากรับอำนาจศาลโลกอาจขยายขอบเขตกระทบระบบยุติธรรมไทยรวมไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จนรัฐบาลต้องแก้เกมดึงมือกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาดำเนินคดีความกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ นัยหนึ่งเพื่อต้องการย้ำให้เห็นว่ากระบวนยุติธรรมภายในประเทศยังคงยึดถือได้และลดแรงกระเพื่อมต่อกลุ่มเสื้อแดงไปในตัว

เเต่ปมที่สร้างแรงกระเพื่อมมากที่สุด หนีไม่พ้นการปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่เริ่มสร้างแรงสะเทือนตั้งแต่ “อำพล ตั้งนพคุณ” หรือ “อากง” นักโทษคดีคดีมาตรา 112 เสียชีวิตคาเรือนจำด้วยโรคมะเร็ง ตามมาด้วย “วันชัย รักสงวนศิลป์ ผู้ต้องขังเสื้อแดงข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการที่เสียชีวิตเป็นศพที่ 2 ผนวกกับการพิพากษาจำคุก สมยศ พฤกษาเกษมสุข บก.นิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณถึง 11 ปี คดีหมิ่นสถาบัน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “แดงอิสระ” ในนามแนวร่วม 29 มกราฯ ปลดปล่อยนักโทษการเมือง ลุกฮือบุกทำเนียบเรียกร้องให้รัฐบาลออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

จนเเล้วจนรอด 3 ร่างกฎหมายนิรโทษทั้งร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นิรโทษกรรมที่แดงปีก นปช. เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ของ อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอนธ.) รวมไปถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนิรโทษฉบับนิติราษฎร์ ที่กลุ่มเเนวร่วม 29 มกราฯ ยื่นข้อเสนอไป กลับถูกรัฐบาลโยนเข้าไปดองที่คณะกรรมการกฤษฎีกา จนวันนี้ยังไร้ความคืบหน้า

แม้กระทั่งร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของกลุ่ม 40 สส.พรรคเพื่อไทย นำโดย วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ ที่มาแรงแซงโค้งส่งร่างบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาและเตรียมใช้เอกสิทธิ์ สส.ลัดคิวขึ้นมาพิจาณาเป็นวาระเร่งด่วน ยังต้องถูกมติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เบรกหัวทิ่มคลอดมติวิปไม่สนับสนุน

ทั้งนี้ เพื่อปูพรมแดงหลีกทางให้คณะรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณา ตามด้วยคิวร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขรายมาตรา จนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษที่ออกสตาร์ตแรงมีอันต้องชะลอแถมยังส่อเค้าล่ม เพราะรัฐสภาเตรียมปิดสมัยประชุมนิติบัญญัติในวันที่ 19 เม.ย.นี้

ท่าทีถอยและไม่จริงใจของรัฐบาลก่อให้เกิดคำถามว่า เป้าหมายปฏิรูปประชาธิปไตยของมวลชนเสื้อแดงยังคงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ลอยตัวเหนือแรงเสี่ยงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรหรือไม่ เพราะชัดเจนว่ารัฐบาลเลี่ยงทุกโค้งอันตราย มั่นหมายอยู่รอดครบ 2 เทอม เพื่อบริหารเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่กินระยะเวลายาวถึงปี 2563 เท่านั้น

ขณะเดียวกันแดงส่วนกลางอย่าง “นปช.” เองถูกตั้งโจทย์ท้าทายอย่างหนักไม่แพ้กัน หลังทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันรัฐบาลเเทนที่จะคุ้มกันประชาชน โดยเฉพาะการปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ทำได้เพียงตั้งโต๊ะเเถลงเเสดงจุดยืน เเต่ไม่กล้าเรียกร้องกดดันต่อรัฐบาลเเต่อย่างใด สวนทางกลับกลุ่ม “แดงอิสระ” ที่ขนพลเรือนหมื่นออกมาล้อมทำเนียบฯ ซ้ำยังเตรียมบุกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการทวงถามสัญญานิรโทษจากรัฐบาลในวันที่ 10 เม.ย.นี้

ไม่เพียงแต่ก๊กแดงอิสระที่เริ่มแยกตัวแสดงจุดยืนชัดเจนขึ้น แต่ขณะนี้ในส่วน นปช.เองยังแตกก๊กออกเป็นเสี่ยงๆ โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่าง ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำแดงอุดรฯ และธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. ที่ร้าวลึกจน ขวัญชัย ประกาศกร้าวขอแยกทางไม่ขึ้นเวที นปช.อีกต่อไป โดยอ้างว่า ธิดา ใช้อำนาจเผด็จการคุม นปช.และขัดขวางการขึ้นเวทีของกลุ่มแดงอีสาน

ขณะเดียวกันภายในก๊กใหญ่ที่ประกอบด้วย ธิดาณัฐวุฒิจตุพร พรหมพันธุ์นพ.เหวง โตจิราการ ยังแตกเป็นก๊ก 2 แกนนำแดงรามสูร พายัพ ปั้นเกตุไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่แยกจัดกิจกรรมเน้นแรลลีไม่ร่วมกับ นปช.ส่วนกลาง นอกจากนั้น พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ จากที่เคยร่วมโต๊ะแถลง นปช.กลับมีอันต้องระเห็จหลุดจากก๊ก หลังฝ่ามติแกนนำจนตกเป็นเป้าให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีหลายครั้ง

เเม้ยุทธวิธีไม่เเตะ “เผือกร้อน” ของรัฐบาลจะสร้างเกราะกันภัยชั้นดีจากฝ่ายตรงข้าม เเต่ขณะเดียวกันกลับผุดเเรงต้านจากเเนวร่วมเสื้อเเดงเองที่ผิดหวังต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการผลักดันเป้าหมายของคนเสื้อเเดงโดยเฉพาะการทอดทิ้งนักโทษการเมือง เเละเมื่อผนวกกับรอยร้าวของ นปช. ยิ่งทำให้เกม 2 ขารัฐบาลกับมวลชนอ่อนเเอลงไปเรื่อยๆ หากวันใดเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ศาล ทหาร หรือองค์กรอิสระสยายอำนาจสยบพรรคอีกครั้ง วันนั้นสนิมอาจกัดกร่อนจนไม่หลงเหลือมวลชนเป็นเกราะป้องรัฐบาลอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง