
บรรหาร จี้รัฐเดินหน้าโรดแม็ป
“บรรหาร” ได้ทีขย่ม “มาร์ค” ซ้ำ เปิดบ้านแถลงจี้แก้รธน.ตามสัญญา เตือน อย่าให้เสียความรู้สึกไปมากกว่านี้ ดักคออย่าปิ้งปลาประชดแมว ขู่ หากไม่เดินตามโรดแม็ป เจอชทพ.ออกฤทธิ์ ห่วงสถานการณ์หลังเสื้อแดงบุกสภา ชี้หากมีรุนแรงคนสั่งต้องรับผิดชอบ
“บรรหาร” ได้ทีขย่ม “มาร์ค” ซ้ำ เปิดบ้านแถลงจี้แก้รธน.ตามสัญญา เตือน อย่าให้เสียความรู้สึกไปมากกว่านี้ ดักคออย่าปิ้งปลาประชดแมว ขู่ หากไม่เดินตามโรดแม็ป เจอชทพ.ออกฤทธิ์ ห่วงสถานการณ์หลังเสื้อแดงบุกสภา ชี้หากมีรุนแรงคนสั่งต้องรับผิดชอบ
ที่บ้านพักจรัญสนิทวงศ์ 55 เมื่อเวลา 16.45 น. วันเดียวกัน นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านพักแถลงถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า ตนเองมีความห่วงใยบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ไม่ใช่เหตุการณ์เล็กๆ เป็นเหตุการณ์ใหญ่พอสมควร ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลเองจะไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โทรศัพท์ติดต่อมาที่ตนเอง เพื่อขอหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งส่วนตัวก็บอกไปว่าไว้หลังสงกรานต์แล้วค่อยคุยกัน ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการที่รุนแรงในการแก้ไขปัญหาก็เชื่อว่าจะไม่จบ เพราะอีกฝ่ายมีกำลังพอสมควร
นายบรรหาร กล่าวต่อว่า ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ ก็น่าจะเป็นการดำเนินการตามแผนที่รัฐบาลได้ประกาศที่จะยุบสภาในเดือนธ.ค.โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอ เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะการที่เสื้อแดงขอให้ยุบสภาภายใน 15 วัน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกติกาการเลือกตั้งยังไม่ได้แก้ไข เพราะถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งกลับเข้ามาด้วยเสียงข้างมากอาจจะถูกใบแดง และอาจจะถูกยุบพรรคได้ เพราะยังมีองค์กรอิสระอยู่ อีกทั้งเรามีประเด็นทั้ง 6 ประเด็นแก้ไขอยู่แล้ว ก็ให้หยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้เลย รวมทั้งมาตรา 237 ด้วย และคิดว่าขั้นตอนเหล่านี้ไม่ช้า อาจจะเสร็จได้ในเดือนพ.ย.
ส่วนกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เสนอว่าจะยุบสภาได้ใน 2 เดือน นั้น ส่วนคิดว่าคงยาก ในเมื่อรัฐบาลกำหนดออกมาแล้วว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จในปลายปี ก็ต้องดำเนินการ อีกทั้งนายกฯ ก็ต้องขอมติในพรรคประชาธิปัตย์ก่อน ไม่ใช่นายกฯเห็นด้วยแล้วพรรคไม่เห็นด้วย เหมือนคราวที่แล้วอีก อย่าปิ้งปลาประชดแมว หรือถ้าจะอยู่ครบปี 8 เดือน ก็ประกาศมาเลย ไม่ต้องสนใจฝ่ายค้าน และเห็นว่าควรทำตามมติ คณะกรรมการสมานฉันท์ฯทั้ง 6 ประเด็น จะต้องทำประชามติหรือไม่ก็ได้
“ผมไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะจริงใจแก้ปัญหาหรือไม่ เพราะเห็นนายกฯให้สัมภาษณ์ว่าจะเชิญเสื้อเหลือง ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้มา อย่างนี้มันไม่ได้แก้หรอก เป็นการหลอกกันมากกว่า ผมเองในฐานะผู้สังเกตุการณ์เสียความรู้สึก แก้แค่สองมาตรา ก็เสียความรู้สึกมาแล้ว อย่าให้เสียความรู้สึกไปมากกว่านี้เลย ไม่จำเป็นต้องอยู่ครบเทอม เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อยู่ไม่ไหว แต่น่าจะเดินหน้าให้สังคมมากกว่า ควรจะทำให้พรรคร่วมมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอย่างจริงใจ หากไม่ทำ พรรคชาติไทยพัฒนาจะคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง คงพิจารณาอะไรสักอย่าง” นายบรรหารกล่าว
นายบรรหาร กล่าวต่อว่า ทราบข่าวจะจริงหรือเท็จไม่ทราบ ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อสลายม็อบ และปิดสถานีโทรทัศน์ พีเพิ้ลชาแนล ซึ่งหากทำจริง ก็ต้องระวัง ไม่ให้มีคนบาดเจ็บล้มตายเหมือนเหตุการณ์ 7 ต.ค. เพราะถ้าไม่อย่างนั้น คนสั่งการจะต้องรับผิดชอบ แต่หากจะปิดสถานีโทรทัศน์ก็ต้องเป็นไปอย่างเสมอภาค อย่าใช้สองมาตรฐาน ถ้ามี 10 ช่อง ก็ต้องปิดทั้ง 10 ช่อง ทั้งนี้รู้สึกเห็นใจรัฐบาลที่แก้ปัญหาไม่ตกสักที หลายฝ่ายก็ต้องช่วยกัน
“ถ้าจะแก้ 9 เดือนต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เป็นมติออกมา ผมในฐานะผู้สังเกตุการณ์เสียความรู้สึกเรื่อง 2 มาตรามาแล้ว เสียความรู้สึกมากเลยอย่าให้เสียความรู้สึกมากไปกว่านี้เลย ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ครบเทอมหรอกถึงปีหน้าเพราะเหตุการณ์มันอยู่ไม่ไหว ถ้าเดินหน้าตามแผนบันได 10 ขั้น สังคมก็ยอมรับ ซึ่งนักวิชาการหลายคนก็เห็นด้วยถ้ามีแผนแล้ว มีกำหนดการแล้วก็ควรเดินหน้าไปเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อแดง ประชาชนจะได้เห็นว่ารัฐบาลทำจริงๆไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ ผมก็เห็นด้วยว่าน่าจะเดินหน้า ทำอย่างไรให้พรรคร่วมรัฐบาลมีความมั่นใจและเชื่อด้วยว่ารัฐบาลจะทำจริงๆแต่ถ้าหากยังไม่ทำพรรคชาติไทยพัฒนาคงต้องคิดอะไรซักอย่าง ”นายบรรหารกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการให้สัมภาษณ์เหมือนกับว่าเหลืออดแล้ว นายบรรหารกล่าวว่า แนวโน้มน่าจะเป็นไปได้ แต่ยังมีอีกนิดหนึ่งแต่อยู่ที่ความอดทน อยากเรียนว่าคำพูดคนสำคัญ จะทำอะไรสำเร็จก็อยู่ที่คำพูดคนจะทำก็ต้องทำไม่ทำก็ไม่ทำ อย่าวนไปวนมาอย่างนี้ตนเองไม่ชอบ เพราะเป็นคนตรงไปตรงมาเอาก็เอาไม่เอาก็ไม่เอาหรือจะอยู่ให้ครบเทอมก็เอา จะอยู่ 1 ปี 8 เดือนก็ทำไปเลย แต่ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภาก็ต้องทำ แต่นี่ก็เลยมา 20 กว่าวันแล้ว และอยากเรียนตรงๆว่าการจะมีรัฐบาลต้องมาจากระบอบประชาธิปไตย ประชาชนต้องเป็นผู้เลือกถ้าพรรคไหนได้เสียงข้างมาก พรรคนั้นก็จัดตั้งรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่นนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในเดือนพ.ค.นี้ ทำง่ายมาก แต่ของไทยมีข้อจำกัดมากก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะทำได้อย่างไร
เมื่อถามว่าต้องมีเหตุการณ์อะไรทำให้อดทนไม่ได้ นายบรรหาร กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วจะบอก ถ้าจะทำตามโร้ดแม้ป 9 เดือนก็ต้องเริ่มดำเนินการแล้ว อยากให้ทำตามนี้ อย่าไปปิ้งปลาประชดแมวว่าถ้าฝ่ายค้านไม่เอา ก็จะอยู่ครบเทอมเลย เมื่อถามว่าหากทำตามโรดแมปแล้วเกิดความรุนแรงจะทำอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ถึงตอนนั้นรัฐบาลก็ต้องหาทางแก้ไข แต่ถ้าทำตามนี้ประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยถ้ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้สังคมก็ยอมรับและเข้าข้างรัฐบาล แต่ถ้าไม่ทำแล้วบอกว่าฝ่ายค้านไม่เอา อย่างนี้ก็ไม่ต้องไปแก้และทำอะไรหรอก ถ้าทำจริงก็จะลดความขัดแย้งได้และสังคมจะออกมาช่วยกันด้วย ประชาชนรวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ในกทม.ก็ต้องออกมาช่วย เพราะโพล์ส่วนใหญ่ก็ออกมาช่วย เพราะฉะนั้นการแก้ไขต้องยึดตามคณ ะกรรมการสมานฉันท์ฯถ้ากว้างเกินไปก็แก้ไม่สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องเชิญฝ่ายไหนมาหารือ ถ้าไม่เอาอีกก็ไม่ต้องทำแล้ว ส่วนประชามติก่อนหรือหลังพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ติดใจ ถ้าไม่ทำก็จะเร็วขึ้น
เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงจะเจรจากับรัฐบาลได้จริงไหม นายบรรหารกล่าวว่า เท่าที่ดูทีวีไปด้วยกันไม่ได้เลย คนละสายเลย ตนก็หนักใจแทน อยากให้มีการเจรจากันได้ ให้เสื้อแดงถอยบ้างรัฐบาลถอยบ้าง ยืดหยุ่นกันบ้าง ควรจะมีการเจรจารอบสาม หาจุดกึ่งกลางมันก็อาจะเป็นไปได้ แต่ดูแล้วก็ไม่ง่าย ยากมากๆ
เมื่อถามว่าหากมีการสลายม็อบอะไรจะเกิดขึ้น นายบรรหารกล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่อย่าให้มีการล้มหายเจ็บตายก็คงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเหมือนเหตุการณ์ 6-7 ตุลา มีปัญหาแน่ เป็นห่วงรัฐบาล เพราะคนที่สลายไม่ใช่ตัวรัฐบาลเองแต่เป็นทหารตำรวจระดับล่างจะระมัดระวังป้องกันแค่ไหนก็ตอบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.)จะมาหารือกับผู้นำทางศาสนาและอดีตนายกฯเพื่อหาทางออก นายบรรหารกล่าวว่า มีหรือบ้านเมืองคนที่เป็นตัวกลางมองไม่เห็นใครเลย ยาก
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่กสม.จะเชิญอดีตนายกฯ 4 คน รวมทั้งนายบรรหาร เพื่อขอความเห็นในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองว่า เป็นทางออกที่ดี ทั้งสองฝ่ายควรรับฟัง เพราะวันนี้ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 7 ต.ค.ที่มีการเผชิญหน้า ซึ่งรัฐบาลก็รับปากว่าจะระวัง พร้อมกันนี้ขอให้กำลังใจทุกฝ่ายให้ใช้สติในการแก้ไขปัญหา เพราะสังคมอยากเห็นประเทศพ้นจากเหตุการณ์นี้โดยเร็วที่สุด ทั้งสองฝ่ายต้องประนีประนอมหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของทุกฝ่าย







