
ชาวนาพิษณุโลกเฮได้เงินแล้วหลังขายข้าวไม่ได้เงินนาน 11 ปี
พ่อเมืองพิษณุโลกมอบเงินกองทุนยุติธรรมช่วยชาวนาท่าช้างถูกโรงสีโกงเงินนาน 11 ปี
พ่อเมืองพิษณุโลกมอบเงินกองทุนยุติธรรมช่วยชาวนาท่าช้างถูกโรงสีโกงเงินนาน 11 ปี
นายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานมอบเงินกองทุนยุติธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหายของชาวนา ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จำนวน 78 ครัวเรือน ขายข้าวเมื่อปี พ.ศ.2541 แล้วยังไม่ได้รับชำระเงินจำนวนกว่า 2,000,000 บาท ซึ่งขณะนี้เรือง อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฏีกา ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้รองปลัด กระทรวง ยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลัง นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องรองเรียนและขอให้กระทรวงยุติธรรมดูแลเป็นกรณีพิเศษ
ผลจากการที่คณะรองปลัด กระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อวันที่12 กุมภาพันธ์ 2553 คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สรุปผลและกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือกลุ่มชาวนา โดยสรุปการให้ความช่วยเหลือ ด้วยการให้กลุ่มชาวนายื่นคำขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหาย และต่อมาคณะกรรมการ บริหารกองทุนยุติธรรม ได้มีมติ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหาย กรณีชาวนา ต.ท่าช้าง ขายข้าวแล้วยังไม่ได้รับชำระเงิน จำนวน 76 ราย ยอดเงินความเสียหาย เป็นเงิน 2,120,836 บาท ส่วนอีก 2 รายได้รับเงินไปแล้วก่อนหน้านี้
นายปรีชา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ชาวนาทั้งหมดได้รับเงินของตนเองเสียที หลังจากทำนาแล้วถูกโกงมานาน 12ปีแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นคดีแรกของประเทศไทยที่ชาวนาขายข้าวไม่ได้เงิน กลับได้กระดาษเปล่ากลับมาเท่านั้น จึงอยากให้ชาวนาทั่วประเทศได้เอาเป็นตัวอย่างว่าการขายข้าวนั้นจะต้องได้เงินอย่างเดียว ไม่ควรไว้ใจเจ้าของโรงสีหรือท่าข้าวแต่อย่างใด
ด้านนางหลำ แก้วมี ตัวแทนชาวนาที่ถูกโกง กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจที่ได้เงินสักที หลังจากต่อสู้มายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว และต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และกระทรวงยุติธรรมที่ช่วยเหลือชาวนาจนได้รับเงินได้ในที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งชาวนาก็จะได้เงินไปใช้หนี้วัดกันก่อน หลังจากนั้นก็จะนำไปใช้จ่ายได้ตามปกติ
นายหยด หนูหริ่ง ชาวนา หมู่ 8 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ทางกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐ ยื่นมือมาช่วยเหลือ พวกเราชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน ตนถูกโกงเงินไปจำนวน 18,190 บาทวันนี้ได้รับเงินเต็มตามจำนวน จากนี้ทางด้านคดี ทางกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการทั้งหมด ชาวนาไม่ต้องทำอะไร เพราะที่ผ่านมากว่า 10 ปีชาวนาเสียค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องดำเนินคดีหมดเงินไปคนละหลายพันบาทรวมเป็นเงินกว่าแสนบาท







