
สมช.ยันเดินหน้าเจรจาบีอาร์เอ็น
เลขาสมช. ไม่ยืนยันเหตุยิงถล่มบ้าน “นัจมุดดีน” โยง ถกบีอาร์เอ็น ชี้อาจเอี่ยวการเมือง ยันเดินหน้าเจรจาต่อ
เลขาสมช. ไม่ยืนยันเหตุยิงถล่มบ้าน “นัจมุดดีน” โยง ถกบีอาร์เอ็น ชี้อาจเอี่ยวการเมือง ยันเดินหน้าเจรจาต่อ
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเหตุคนร้ายยิงเอ็ม 79 บ้านนายนัจมุดดีน อูมา ที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุ ซึ่งปีที่แล้วเคยมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นายนัจมุดดีนเป็นนักการเมือง เหตุที่เกิดขึ้นอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องการก่อเหตุความไม่สงบ เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
เมื่อถามว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นดูเหมือนเกิดขึ้นบ่อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ปีนี้อาจมีเหตุเกิดขึ้นมากกว่า แต่ยังไม่ถือว่ามากกว่าที่เคยเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะเหตุเกิดกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ จึงทำให้รู้สึกว่าเหตุรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ยืนยันว่าเหตุความรุนแรงทางภาคใต้ที่เกิดขึ้นค่อนข้างถี่ในช่วงนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ดังนั้นการพูดคุยจะยังดำเนินต่อไปควบคู่ไปกับมาตรการรักษาความปลอดภัย
เลขาฯ สมช. กล่าวว่า การลงพื้นที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วานนี้ (7 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่ทำงานในพื้นที่ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนดูแลสถานการณ์ และย้ำแม่ทัพภาคที่ 4 เน้นยุทธศาสตร์เดิมในการดูแลพื้นที่ และให้ตำรวจเร่งรัดคดีความมั่นคง โดยแยกแยะระหว่างคดีความมั่นคง และเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งให้โรงพยาบาลในพื้นที่เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้พร้อม ในการส่งต่อผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความสูญเสีย
ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าจะมีผู้นำข่าวและข้อมูลของฝ่ายบริหารไปเปิดเผยกับผู้ก่อเหตุ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่ปรากฏเรื่องดังกล่าว และยังไม่จำเป็นต้องทบทวนงานด้านการข่าว แต่เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องทำงานเข้มงวดมากขึ้น เพราะเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐ การก่อเหตุร้ายรายวัน ในช่วงนี้ไม่ใช่เป็นการยกระดับความรุนแรง แต่เป้าหมายเป็นการยกระดับสู่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า การพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น วันที่ 29 เมษายนนี้ ต้องดำเนินการต่อไป แต่ช่วงนี้่ถือเป็นการสร้างความไว้วางใจ และดูท่าทีกลุ่มบีอาร์เอ็นต่อไป แม้คนที่ร่วมพูดคุยด้วยจะเป็นตัวจริง แต่ในความเป็นจริง ยังไม่มีใครตอบได้ว่าสามารถสั่งยุติการก่อเหตุได้จริงหรือไม่ หรืออาจสั่งการได้แต่กว่าคำสั่งจะกระจายไปถึงฝ่ายปฏิบัติการอาจต้องใช้เวลาเช่นกัน แต่สุดท้ายการแก้ปัญหาย่อมต้องอาศัยการพูดคุยเป็นหลัก และเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันแล้วว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย







