
แรงงานหายไปไหน
นับเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดแรงงานสหรัฐ ที่ล่าสุดกระทรวงแรงงานเผยว่า อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) ซึ่งหมายถึงชาวอเมริกันในวัยทำงานที่มีงานทำ และกำลังหางานทำนั้น ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3-4 ปีถึง 4.96 แสนคนในเดือน มี.ค. โดยหากรวมตัวเลขตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า ลดลงไปแล้ว 6.26 แสนคน
นับเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดแรงงานสหรัฐ ที่ล่าสุดกระทรวงแรงงานเผยว่า อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) ซึ่งหมายถึงชาวอเมริกันในวัยทำงานที่มีงานทำ และกำลังหางานทำนั้น ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3-4 ปีถึง 4.96 แสนคนในเดือน มี.ค. โดยหากรวมตัวเลขตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า ลดลงไปแล้ว 6.26 แสนคน
เว็บไซต์เดอะวอชิงตันโพสต์ เปิดเผยบทบรรณาธิการอ้าง ไฮดี ชิแอร์โฮส นักเศรษฐศาสตร์ด้านแรงงานประจำสถาบันนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยม แสดงความเห็นว่า แนวโน้มดังกล่าวเกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้ตลาดแรงงานอ่อนแอลง จึงทำให้แรงงานที่มีคุณภาพไม่สามารถเข้าถึงตำแหน่งงานที่เหมาะสมได้ เป็นเหตุให้เลิกหางานทำในที่สุด
ผู้เขียนแสดงความกังวลว่า แนวโน้มดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานสหรัฐในระยะยาว เนื่องจากการว่างเว้นจากการทำงานเป็นเวลานาน อาจทำให้ทักษะในการทำงานของแรงงานเหล่านี้ลดลง และเกิดช่องว่างของประสบการณ์การทำงาน ซึ่งอาจส่งผลให้แรงงานเหล่านี้ไม่เหมาะสมที่จะจ้างงานในที่สุด
กระนั้นก็ตาม มิเชล เมเยอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารเมอร์ริล ลินช์ มองว่า สภาวะแรงงานหดตัวลงไม่ใช่แนวโน้มที่เกิดขึ้นถาวร โดยให้เหตุผลว่า หากเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ก็จะเปิดโอกาสให้แรงงานคุณภาพดีที่กำลังรอตำแหน่งงานว่าง สามารถเข้ามาทำงานได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ เมเยอร์ จึงมองว่า หน้าที่สำคัญของรัฐบาล คือการเร่งหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งโดยเร็วที่สุด







