posttoday
"วุฒิสภา" แตกคอ แบ่งขั้วโหวต รธน.

"วุฒิสภา" แตกคอ แบ่งขั้วโหวต รธน.

08 เมษายน 2556

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะสะท้อนภาพความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจากเหตุการณ์ที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์แล้ว อีกด้านหนึ่งได้เห็นถึงสภาวะแบ่งขั้วในวุฒิสภาด้วยผ่านการลงคะแนนรับหลักการ ในวาระที่ 1

ทั้งนี้ มี สว.ใช้สิทธิลงมติทั้งหมด 131 คน จาก สว.ทั้งหมด 148 คน แบ่งเป็น รับหลักการ 60 คน ไม่รับหลักการ 47 คน งดออกเสียง 7 คน และเป็นลักษณะลูกผสม 17 คน คือ รับหลักการบางฉบับ ไม่รับหลักการบางฉบับ งดออกเสียงบางฉบับ

60 สว.ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเลือกตั้งแต่มีสายสรรหาบ้างบางส่วน อาทิ ดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี แกนนำคนสำคัญที่รวบรวมรายชื่อ สว.ยื่นแก้รัฐธรรมนูญ และล่าสุดเพิ่งได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 68 ว่าด้วยการยุบพรรค ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการแก้ไขให้ได้ โดยมี พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สว.อุดรธานี ที่ลงมติรับหลักการมานั่งเก้าอี้รองประธาน กมธ.ช่วย สว.ดิเรก อีกแรง

ไม่ต่างอะไรกับ กฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร ที่รับหลักการและถูกตั้งเป็นประธาน กมธ.ร่างแก้ไขมาตรา 190 และมี ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ สว.ปทุมธานี ผู้ที่เสนอรัฐสภาให้หักดิบฝ่ายค้านด้วยการปิดอภิปรายและลงมติทันทีก็ได้เป็นรองประธาน กมธ.

เช่นเดียวกับ สุรเดช จิรัฐิติเจริญ สว.ปราจีนบุรี ได้เก้าอี้รองประธาน กมธ.ดูการแก้ไขที่มา สว.จากระบบสรรหาและเลือกตั้งให้มาเป็นระบบเลือกตั้งทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ถ้าจะมองในมิติของภูมิภาคจะเห็นได้ว่า สว.ภาคเหนือและอีสานจำนวนไม่น้อยที่รับหลักการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ขจร สัยวัตร์ สว.หนองคาย จตุรงค์ ธีระกนก สว.ร้อยเอ็ด ถนอม ส่งเสริม สว.อุบลราชธานี ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สว.ขอนแก่น บวรศักดิ์ คณาเสน สว.อำนาจเจริญ ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สว. เชียงใหม่ เป็นต้น

ใช่ว่าจะมีแต่ สว.ภาคเหนือและอีสานเท่านั้นแต่ สว.ภาคใต้ที่คิดว่าน่าจะอิงกับพรรคประชาธิปัตย์และลงมติไม่เอากับการแก้ไขครั้งนี้ แต่สุดท้ายปรากฏว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่โหวตไปทางเดียวกับพรรคเพื่อไทย

ดังจะเห็นได้จาก พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ สว.ชุมพร เจริญ ภักดีวานิช สว.พัทลุง ต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ สว.ยะลา ธันว์ ออสุวรรณ สว.ประจวบคีรีขันธ์ ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สว.ภูเก็ต วรวิทย์ บารู สว.ปัตตานี เป็นต้น

ขณะที่ สว.ที่ไม่รับหลักการ 47 คน เปิดชื่อออกมาก็รู้ทันทีว่าเป็น “พวกขาประจำ” ในสายตาพรรคเพื่อไทย นำโดย คำนูณ สิทธิสมาน ประสาร มฤคพิทักษ์ ไพบูลย์ นิติตะวัน ตวง อันทะไชย สว.สรรหา รสนา โตสิตระกูล สว.กทม.

ถึงกระนั้น เสียง สว.ในกลุ่ม “งดออกเสีย” และ “ลูกผสม” ก็มีนัยแฝงด้วยเช่นกัน เนื่องจากกลัวว่าจะถูกถอดถอนจากตำแหน่งภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องมาตรา 68 ไว้พิจารณา

ตัวอย่าง เช่น “เกชา ศักดิ์สมบูรณ์” ใช้สิทธิรับหลักการเฉพาะการแก้มาตรา 190 ส่วนที่เหลืออีก 2 ฉบับงดออกเสียง ซึ่งเจ้าตัวได้ประกาศระหว่างอภิปรายกลางรัฐสภา ว่า “เหตุที่ไม่ลงชื่อร่วมแก้รัฐธรรมนูญทั้งที่ในใจสนับสนุนเพราะกลัวถูกถอดถอน”

เช่นกันกับ จรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง สว.สระบุรี งดออกเสียงในเรื่องการแก้ไขที่มา สว. แต่สนับสนุนให้รื้อมาตรา 190 และ มาตรา 68 ส่วน “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา ซึ่งรอบนี้ตกเป็นเป้าโจมตีมากที่สุดจากการไปลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ได้ใช้สิทธิงดออกเสียงในร่างแก้ไขทุกฉบับ

จากมติที่ออกมาในครั้งนี้คงจะเห็นได้ในมุมหนึ่งแล้วว่าใครเป็นใคร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท