
แม่น้ำตรังเจอแล้งสันดอนโผล่กระทบชาวบ้าน
ภัยแล้งพ่นพิษ ทำแม่น้ำตรังบางจุดแห้งขอด สันทรายโผล่ ส่งผลให้ชาวบ้านต้องหยุดเลี้ยงปลากระชังมายาวนานเกือบ 3 เดือนแล้ว วอนนำเครื่องจักรมาทำการขุดลอกเร่งด่วน
ภัยแล้งพ่นพิษ ทำแม่น้ำตรังบางจุดแห้งขอด สันทรายโผล่ ส่งผลให้ชาวบ้านต้องหยุดเลี้ยงปลากระชังมายาวนานเกือบ 3 เดือนแล้ว วอนนำเครื่องจักรมาทำการขุดลอกเร่งด่วน
นายอรุณ พงศ์พิพัฒน์กุล อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ในฐานะแกนนำกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังริมแม่น้ำตรัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ที่มาเร็วและรุนแรงกว่าในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบให้น้ำในแม่น้ำตรัง บริเวณ ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว และบางจุดก็ตื้นเขิน จนเห็นสันทรายเป็นเนิน ทำให้เกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำตรัง ไม่สามารถเลี้ยงปลาต่อไปได้ เนื่องจากระดับน้ำลดลง จึงจำเป็นต้องรีบจับปลาในกระชังที่ขนาดตัวเต็มวัยส่งขายไปก่อน ยกเว้นบางกระชังที่ยังเป็นปลาขนาดเล็ก และไม่สามารถจับขายได้ ก็ต้องทดเลี้ยงต่อไปจนถึงที่สุด ส่วนปลาในรุ่นอื่นๆ ได้หยุดเลี้ยงมาเป็นเวลานานเกือบ 3 เดือนแล้ว เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงดังกล่าว
นอกจากนั้น ผลจากอุณหภูมิของน้ำในช่วงหน้าแล้งที่เพิ่มสูงกว่าช่วงปกติ ก็ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงปลากระชังต่อไปได้ ประกอบกับอาหารปลาที่แพงขึ้น และคุณภาพของพันธุ์ปลาที่บริษัทส่งมาให้ ก็ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องรีบจับขายทั้งปลีกและส่งในราคาเดียวกัน คือ กก.ละ 95 บาท ทำให้รายได้ที่จะได้รับหลายแสนบาทต้องขาดหายไปเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมในปี 2554 ยังทำให้กระชังปลาต้องจมอยู่ใต้น้ำและเสียหายไปถึง 7 แสนบาท จนขณะนี้ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว ก็ยังไม่คืนทุน จึงอยากวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งนำเครื่องจักรมาช่วยขุดลอกทรายตรงจุดที่ตื้นเขิน แต่หากปล่อยให้ชาวบ้านทำกันเอง ก็เกรงจะไม่มีความรู้ดีพอ จนอาจส่งผลให้สะพานและตลิ่งริมแม่น้ำตรังเกิดการทรุดตัวลงไปได้







