posttoday
โพลล์ชี้แก้รธน.นักการเมืองได้ประโยชน์มากกว่าชาติ

โพลล์ชี้แก้รธน.นักการเมืองได้ประโยชน์มากกว่าชาติ

07 เมษายน 2556

เอแบคโพลล์ เผย ประชาชน 67% กังวลแก้รธน. เกิดความขัดแย้งตามมา ชี้ นักการเมืองได้ประโยชน์ มากกว่าชาติ

เอแบคโพลล์ เผย ประชาชน 67% กังวลแก้รธน. เกิดความขัดแย้งตามมา ชี้ นักการเมืองได้ประโยชน์ มากกว่าชาติ

นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ประชาชนกังวลแก้รัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์นักการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรปราการ อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เลย ยะลา นราธิวาส และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,298 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-6 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน พบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาร้อยละ 41.7 เห็นด้วยว่า รัฐบาลบริหารงานยากลำบากภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในขณะที่ร้อยละ 30.7 ระบุไม่เห็นด้วยว่ารัฐบาลทำงานลำบาก และร้อยละ 27.6 ระบุไม่แน่ใจ

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อสอบถามประชาชนที่ถูกศึกษาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พบว่า กลุ่มประชาชนที่ถูกศึกษาเกือบครึ่งหรือร้อยละ 44.5 เห็นด้วยว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม หากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะถูกแก้ไข ในขณะที่ร้อยละ 29.8 ระบุไม่เห็นด้วย และร้อยละ 25.7 ระบุไม่แน่ใจ

น.ส.ปุณฑรีก์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่ากลุ่มประชาชนที่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้ยังมีไม่ถึงครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฝ่ายการเมืองต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.3 มีความกังวลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงตามมา เพราะกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะทำเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.1 ยังเห็นด้วยอีกว่า ควรยกเลิก ส.ว. สรรหา โดยที่ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยประชาชนเท่านั้นถึงจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 62.3 เห็นด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนดีอยู่แล้ว ประเด็นที่น่าสนใจคือ ประชาชนที่ถูกศึกษาเกือบครึ่ง หรือร้อยละ 47.4 ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้สำเร็จ นักการเมืองที่สนับสนุนให้แก้ไขจะกลายเป็นบุคคลที่จะได้ประโยชน์มากกว่าประเทศชาติโดยส่วนรวม

ผช.ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ของนักการเมือง หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง นอกจากนี้ ก็ควรรักษาสิ่งที่ประชาชนพึงพอใจอยู่แล้วให้ดีและทำให้ดีขึ้น อาทิ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ตามที่ผลสำรวจได้นำเสนอนอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยส่วนใหญ่กำลังตัดสินใจประเด็นสำคัญทางการเมืองในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ควรแก้ไขหรือไม่ควรแก้ไข ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาและไม่เข้าใจรายละเอียดของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่ค้นพบจากการศึกษาก่อนหน้านี้ และไม่ได้ติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมรัฐสภา จึงอาจจะทำให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองฝ่ายต่างๆ ที่อาจแสวงหาผลประโยชน์จากความไม่รู้และการไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญของประชาชนได้

ดังนั้น เพื่อให้นโยบายสาธารณะและรัฐธรรมนูญไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและผลประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่ม ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศต้องมีส่วนร่วมในการออกเสียงพิจารณาประเด็นสำคัญต่างๆ ในรัฐธรรมนูญและสื่อมวลชนน่าจะนำสาระสำคัญในรัฐธรรมนูญมาชี้นำสาธารณชนให้เห็นประโยชน์ที่ใกล้ตัว อีกทั้งเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องต่างๆ ได้ตรงตามความเป็นจริง ผช.ผอ.เอแบคโพลล์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท