posttoday
สุภาพบุรุษทหาร พล.อ.อุดมชัย  ธรรมสาโรรัชต์ 33ปีที่ชายแดนภาคใต้

สุภาพบุรุษทหาร พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ 33ปีที่ชายแดนภาคใต้

07 เมษายน 2556

9 ปีผ่านมา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน มีเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายแล้วกว่า 5,000 คน

9 ปีผ่านมา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน มีเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายแล้วกว่า 5,000 คน

โดย...ธนก บังผล

9 ปีผ่านมา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน มีเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายแล้วกว่า 5,000 คน

สถานการณ์ความรุนแรงผ่านการแก้ปัญหามาหลายรัฐบาล ใช้มาแล้วหลายนโยบายทั้งรุกทั้งรับ ใช้แม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้วจำนวนมาก แต่ก็ดูเหมือนว่าความรุนแรงยังคงฝังลึกซ่อนตัวอยู่ที่ปลายด้ามขวานทอง

เมื่อการเคลื่อนของเหตุรุนแรงเดินทางมาอย่างยืดเยื้อ และไม่มีทีท่าจะสงบลงในเร็ววัน ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่มาหลายปี พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (ตท.13) ที่เพิ่งจะส่งไม้ต่อตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ให้กับ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล อย่างสมเกียรติเมื่อวันที่ 3เม.ย. เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการทำงานอันหนักอึ้งตลอดชีวิตราชการอย่างน่าสนใจ

โดยเฉพาะนโยบายที่หวังผลทางการเมืองและการทหาร ที่ถือว่าเดินหน้าจนประสบความสำเร็จไปแล้วหลายแนวทาง

สุภาพบุรุษทหาร พล.อ.อุดมชัย  ธรรมสาโรรัชต์ 33ปีที่ชายแดนภาคใต้

 

“อย่างแรกเลยคือการออกนโยบายให้กำลังพลทั้งหมดปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ ซึ่งผมคิดว่าที่ผ่านมาได้ทำเต็มที่ สอง เปิดให้ผู้เห็นต่างได้แก้ไขปัญหากัน โดยขณะนี้ก็จะเห็นได้ว่ามี Peace talk ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ทำกันไป สาม พาคนกลับบ้าน สี่ ปัญหายาเสพติด ที่ผมคิดว่าเราได้ทำมามากพอสมควร ห้า รักษาสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ หากจัดระเบียบสังคมร่วมกับผู้นำทางศาสนา” พล.อ.อุดมชัย เริ่มบทสนทนา

ทั้ง 6 นโยบายนี้เป็นส่วนที่หวังผลทางการเมือง ที่ พล.อ.อุดมชัย ยืนยันว่า ได้ทำไปแล้วตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4

ในด้านการทหารนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก กล่าวว่า นโยบายที่ทำไปแล้วคือ 1.ป้องปรามผู้มุ่งหวังทำลาย สร้างความไม่สงบในพื้นที่ 2.การหวังผลทางการเมืองด้วยการจับไม่ผิดตัว 3.ไม่สร้างความลำบากให้กับพี่น้องประชาชน 4.ส่งมอบพื้นที่ให้ผ่ายพลเมืองได้ดูแล

“ทั้งหมดนี้คือนโยบายที่มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการกำชับให้ทหารต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายทุกคน รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ผมมีเวลาแค่นี้ เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 มา 2 ปีครึ่ง เป็นรองแม่ทัพมา 2 ปี ชีวิตอยู่ในภาคใต้มาโดยตลอด สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการก่อเหตุ ผมคิดว่าเขายิ่งทำก็ยิ่งถลำนะ โดยเขามุ่งหวังที่จะเจรจา” พล.อ.อุดมชัย ให้ความเห็น

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ได้ทำมาโดยตลอด เมื่อต้องส่งไม้ต่อให้กับเพื่อนร่วมรุ่น ตท.13 พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จึงถือว่าเป็นการมอบหมายภาระบนบ่าสานต่อนโยบาย

“ผมกับแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ด้วยกันมาตลอด ผมบอกอย่างเดียวว่า สถานการณ์มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด เราต้องปรับตัวให้ทันแล้วไปดักอยู่ข้างหน้าให้ได้ ผมไม่ได้มีความเป็นห่วงอะไร เพราะกินนอนกันมา เมื่อก่อน พล.ท.สกล ก็ทำงานอยู่ข้างหลังผม ต่อไปนี้ผมก็จะทำงานอยู่ข้างหลังบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการสับเปลี่ยนตำแหน่งทางราชการ” อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว พล.อ.อุดมชัย จะขึ้นมารายงานตัวที่กองทัพบก ก่อนจะลงไปช่วยราชการที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปในฐานะคนอยู่เบื้องหลัง คอยให้คำปรึกษาและขับเคลื่อนเรื่องมวลชน

“ก็จะขึ้นกรุงเทพฯ ไปรายงานตัวก่อน แล้วผมจะลงมาช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า)” อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยัน

ด้านการทำงานที่ผ่านมาทั้งที่ประทับใจและอุปสรรคนั้น 33 ปีในชีวิตราชการที่วนเวียนอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีแง่มุมให้ได้คิดมากมาย

สุภาพบุรุษทหาร พล.อ.อุดมชัย  ธรรมสาโรรัชต์ 33ปีที่ชายแดนภาคใต้

 

“เรื่องประทับใจนั้น ผมประทับใจคน ผมเชื่อว่าคนเปลี่ยนแปลงได้ถ้ารู้ข้อมูล ผมประทับใจที่ผมสามารถเปลี่ยนความเข้าใจของคนที่เป็นศัตรูกับเราได้ ที่ว่าเปลี่ยนไม่ได้ ต้องอย่างนั้นอย่างนี้นั้น ผมเปลี่ยนใจเขามาได้เยอะแยะแล้ว”

ในขณะที่อุปสรรคเอง พล.อ.อุดมชัย บอกอย่างอารมณ์ดีว่า “ไม่มี”

“ที่ว่าไม่มีอุปสรรคนั้นก็เพราะผมคิดว่างานที่ทำนั้นเป็นทางเดินชีวิตครับ ผมไม่เคยคิดว่าเป็นอุปสรรค แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมเป็นคนไม่ค่อยมีปัญหา (ฮา)”

ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่หากเมื่อเกษียณราชการไปแล้วจะทำให้ พล.อ.อุดมชัย นึกถึงทุกครั้งคือ เหตุการณ์ที่ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2555 ทหารยิงชาวบ้านในรถ หลังจากกำลังล้อมจับผู้ก่อเหตุ โดยระหว่างที่ขอค้นรถได้มีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้ทหารที่ซุ่มกำลังอยู่ยิงใส่รถคันดังกล่าว

เริ่มต้นจากเหตุการณ์ยิงถล่มฐานทหารพรานเมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2555 มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4302 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก ทำให้ทหารพรานถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย

หลังเกิดเหตุ กองกำลังทหารพรานได้ประสานกับกำลังที่ลาดตระเวนอยู่นอกฐานให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมทั้งเคลื่อนกำลังอีกส่วนหนึ่งนั่งรถยนต์ออกจากฐานเพื่อปิดล้อมพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้เส้นทางสาย 418 ยะลาปัตตานี เมื่อถึงบริเวณหมู่ 1 บ้านกาหยี ต.ปุโละปุโย ห่างจากฐานปฏิบัติการที่ถูกยิงถล่มประมาณ 2 กิโลเมตร ได้พบรถกระบะ มีชายหลายคนนั่งอยู่ในกระบะหลัง กำลังขับไต่ระดับเพื่อขึ้นบนถนนสาย 418 โดยระหว่างที่ทหารเรียกให้รถคันดังกล่าวหยุด ได้มีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตอบโต้

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น พล.ท.อุดมชัย แม่ทัพภาคที่ 4 (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ออกมายอมรับว่าทหารยิงชาวบ้านจริง ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุภาพบุรุษที่กล้าทำกล้ารับผิดแทนผู้ใต้บังคับบัญชา

“ที่ปุโละปุโย กรณียิงชาวบ้านเป็นเหตุการณ์ที่ผมประทับใจ เพราะว่าถึงจะผิดพลาด แต่ถ้าเราสร้างความเข้าใจได้ ก็ไม่ทำให้เป็นปัญหา หลักใหญ่ที่สำคัญเลย ผมคิดว่าคือการให้อภัย ต้องให้ใจ” พล.อ.อุดมชัย มองย้อนกลับไปในวันนั้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท