
เข้มงวดสวัสดิภาพเด็ก
จนถึงขณะนี้อาการของ ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย อายุ 3 ขวบ
จนถึงขณะนี้อาการของ ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย อายุ 3 ขวบ
นักเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ที่ติดอยู่ในรถตู้โรงเรียน ทำให้มีอาการสมองบวมเนื่องจากขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ก็ยังไม่พ้นวิกฤต
กรณีเด็กติดค้างอยู่ภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นรถโรงเรียน หรือรถยนต์ส่วนตัวเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำขึ้นมาอีกในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของเด็กที่หละหลวมอย่างน่าวิตก
แม้ครูพี่เลี้ยงประจำรถ คนขับรถ และผู้บริหารโรงเรียนจะต้องรับผิดชอบโดยตรงในฐานะประมาทเลินเล่อ ทำให้เด็กรับอันตราย แต่อาจง่ายเกินไปที่จะโยนความผิดให้กับครูและโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มองถึงระบบการดูแลสวัสดิภาพเด็ก ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการยอมรับว่า ได้ยกเรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างในการดูแลนักเรียนโดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พร้อมทั้งดูกฎกระทรวงระเบียบวิธีปฏิบัติด้านการคุ้มครองนักเรียนว่าครอบคลุมการดูแลความปลอดภัยนักเรียนทุกด้านแล้วหรือยัง หากยังต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ การดูแลเด็กยังเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้อนุญาตให้ตั้งเนิร์สเซอรี หรือเด็กก่อนเข้าเรียนชั้นอนุบาล ส่วนกระทรวงคมนาคม ได้วางหลักเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะทำหน้าที่ขับรถรับส่งเด็กนักเรียนไว้อย่างไร ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะฝ่ายจราจรที่มักจะเข้มงวดกวดขันควบคุมวินัยจราจร เคยอบรมให้ความรู้แก่คนขับรถโรงเรียนเพื่อเข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อเด็กบ้างหรือไม่
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยที่บรรดาหน่วยงานเหล่านี้มองข้าม แต่เด็กคืออนาคต คือความหวัง คือผู้นำพาสังคมในวันหน้า นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ และควบคุมให้เกิดมาตรฐาน เพื่อมิให้เกิดเหตุที่กระทบต่อสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนซ้ำรอยขึ้นมาอีก
แม้โรงเรียนโดยส่วนใหญ่จะวางระบบการดูแลเด็กที่มีมาตรฐาน แต่หน่วยงานต่างๆ ก็ควรที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนขนาดเล็ก ที่กำลังครูและเจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง หรือขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน
ดังนั้น ในระยะเฉพาะหน้า หน่วยงานต่างๆ จึงควรพิจารณาอำนาจหน้าที่ซึ่งจะเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ และวางมาตรการ กฎ ระเบียบ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่จะต้องทำคือการวางมาตรฐานอย่างเป็นระบบ การอบรมให้ความรู้ การกวดขันตรวจสอบ ไม่ว่าทั้งโรงเรียนเล็กหรือโรงเรียนขนาดใหญ่ ก็ควรมีการตรวจสอบกวดขันอย่างเท่าเทียมกันเพื่อป้องกันมิให้ต้องเกิดเรื่องสะเทือนใจแบบนี้ขึ้นมาอีก







