
ทบ.รับจนท.รัฐเป้าหมายหลักไฟใต้
รองโฆษกทบ.ยังไม่สรุปปมบึ้มรถรองผู้ว่าฯยะลาดับ คาดแก้แค้น-เจรจาไร้ผล รับ"ทหาร-ตร.-ฝ่ายปกครอง"เป้าหมายหลักกลุ่มก่อความไม่สงบ
รองโฆษกทบ.ยังไม่สรุปปมบึ้มรถรองผู้ว่าฯยะลาดับ คาดแก้แค้น-เจรจาไร้ผล รับ"ทหาร-ตร.-ฝ่ายปกครอง"เป้าหมายหลักกลุ่มก่อความไม่สงบ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของนายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระว่างเดินทางบนถนนสาย410 ยะลา-เบตงว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมายังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดเจน เพราะสามารถมองได้หลายประเด็นไม่ว่า จะเป็นการสร้างความรุนแรงให้สังคมเห็นว่า กลุ่มตนเองยังมีศักยภาพ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำหลายคนถูกจับและเสียชีวิต อีกทั้งยังสูญเสียแนวร่วมไปจำนวนมาก เนื่องจากมาตรการการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ หรืออาจเป็นไปได้ว่า กลุ่มผู้แทนการพูดคุยในปัจจุบันอาจไม่มีเอกภาพในการควบคุมเหมือนเดิมแล้ว หรือกลุ่มตัวแทนการพูดคุยอาจยังไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง หรือเมื่อพูดคุยกันแล้วอาจต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะแสดงผล จะเห็นว่าเป็นไปได้หลายแนวทางด้วยกัน ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดนี้ทางกองทัพบกได้นำเสนอไปยังรัฐบาลแล้ว จึงไม่อยากให้สังคมใจร้อนด่วนสรุปไปก่อน
"เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารระดับสูง ครู ตำรวจ ทหาร กลุ่มนี้ คือ กลุ่มเป้าหมายเดิมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่เหตุที่เกิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนั้น ไม่เคยเกิดเหตุมานานเป็นปีแล้ว แต่ไม่ใช่ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเพิ่งตกเป็นเป้าหมายในช่วงนี้ เมื่อมีเป้าหมายเขาต้องกระทำอยู่แล้ว ซึ่งเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในช่วง2-3วันที่ผ่านมาไม่ได้เกิดในพื้นที่เขตเมืองที่มีการรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างเข้มข้น คนร้ายจึงไปก่อเหตุตามถนน เส้นทางต่างๆซึ่งยากที่จะป้องกัน โดยเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาทางปรับมาตรการกันต่อไป"รองโฆษกทบ.กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับผลในเชิงบวกที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ การที่ประเทศมาเลเซียซึ่งไม่เคยแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังได้เริ่มให้ความร่วมมือในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือการแสดงความปรารถนาดี ที่ยินดีเป็นตัวกลางสนับสนุนให้เกิดกระบวนการพูดคุย ซึ่งอาจยังไม่ส่งผลได้ชัดเจนทันทีทันใด เพราะเพิ่งเป็นการเริ่มเดินก้าวแรกๆ ตามแนวยุทธศาสตร์การแสวงหาทางออกท่ามกลางความขัดแย้งของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ส่วนแนวทางของ กอ.รมน. ภาค 4ส่วนหน้า คือ การพูดคุยสร้างความเข้าใจกับประชาชนหลายกลุ่มในพื้นที่ เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกันโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐเข้ามามีส่วนร่วมกันแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง เช่นโครงการพาคนกลับบ้าน นอกเหนือจากมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมา มีบางกลุ่ม เข้าใจและเห็นด้วยกับความปรารถนาดีในความจริงใจของภาครัฐ ในแนวทางสันติวิธีที่ทางรัฐได้หยิบยื่นให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ







