
ตร.เข้มจับ-ปรับดื่มบนรถช่วงสงกรานต์
ตำรวจเอาจริงกวดขันห้ามดื่มเหล้า-เบียร์บนรถช่วงสงกรานต์ ย้ำมีโทษคุก6เดือน ปรับ1หมื่น ชี้รถจอดหรือวิ่งมีความผิดหมด
ตำรวจเอาจริงกวดขันห้ามดื่มเหล้า-เบียร์บนรถช่วงสงกรานต์ ย้ำมีโทษคุก6เดือน ปรับ1หมื่น ชี้รถจอดหรือวิ่งมีความผิดหมด
พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พร้อมด้วย ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายละครรณรงค์DDDจัดกิจกรรมรณรงค์ช่วงสงกรานต์ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถ
พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ที่จัดขึ้นในวันนี้เพื่อให้ประชาชนรับรู้และปฏิบัติตามกฎหมายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถขณะอยู่บนทาง ซึ่งเป็นกฎหมายมาตรา 4 และ 31(7) ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีบทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.2555
ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวยังครอบคลุมถึงทางร่วม ทางข้าม ทางแยก รวมถึงฟุตบาธด้วย ดังนั้นการจอดรถริมฟุตบาธแล้วตั้งวงดื่มบนรถก็ถือว่าผิด และตามกฎหมายไม่ว่ารถจะวิ่งหรือจอดถ้าอยู่บนทาง ก็ถือว่าผิดเช่นกัน จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎกติกาด้วย
พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมไปถึงรถราง รถไฟ ส่วนรถอื่นถือว่าผิดหมด ในส่วนของรถรับจ้าง รถโดยสาร แท็กซี่ สามล้อ ถ้าคนขับไม่มีพฤติการณ์ร่วมก็ไม่ต้องรับผิด
อย่างไรก็ดี ด้วยความใหม่ของกฎหมายจึงมีความจำเป็นที่ต้องเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ซึ่งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สงกรานต์กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบกเฉลี่ย10 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก เกือบครึ่งมีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจะพบว่าในการเล่นสงกรานต์จะมีการดื่มบนรถเป็นจำนวนมาก นำมาซึ่งอันตรายทั้งการทะเลาะวิวาท ลวนลามคุกคามทางเพศ และความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง
ด้าน ภก.สงกรานต์ กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยมีสูงถึง13.49 ลิตรต่อคนต่อปี ทำให้ติดอันดับ3 ของเอเชีย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับสุราเพิ่มสูงขึ้น และฆ่าชีวิตคนไทยปีละ 26,000 คน โดยเฉพาะจากอุบัติเหตุ คนไทยเสียชีวิตปีละกว่า 1หมื่นคน ขณะที่สถิติการบาดเจ็บเสียชีวิตช่วงเทศกาลต่างๆยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง ผลกระทบที่เห็นได้เด่นชัด คือ อุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณครึ่งหนึ่ง
ภก.สงกรานต์ กล่าวว่า การดื่มแอลกอฮอล์บนรถ ถือว่าเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าการดื่มในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะปัญหาเฉียบพลัน และตายครั้งละหลายคน เนื่องจากการเดินทางโดยรถกระบะที่มีการบรรทุกคนนั่งท้ายกระบะ ซึ่งไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการขนคนและไม่มีเข็มขัดนิรภัย โดยเฉพาะเมื่อดื่มน้ำเมา จะยืนขึ้น หรือเต้นบนรถจะยิ่งเสี่ยงอันตรายมากขึ้น จึงเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
นอกจากนี้เยาวชนจำนวนมากใช้มอเตอร์ไซค์ มาเล่นน้ำสงกรานต์ จะไม่ยอมสวมหมวก ถนนลื่นเพราะน้ำและแป้ง ยิ่งถ้าดื่มน้ำเมา จะเสี่ยงชีวิตมากขึ้น และสถิติก็ชัดเจนว่า จำนวนผู้เสียชีวิต มาจากเยาวชนขี่มอเตอร์ไซค์ และเมา สูงที่สุด







