
ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์
ปัญหาสำคัญที่ทำลายบ้านเมืองอยู่อย่างหนักหน่วงในขณะนี้ คือปัญหาการคดโกงคอร์รัปชัน
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ด้วยความห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกรุกจากกลุ่มทุนนิยมสุดโต่งที่จับมือกันทั้งภายนอกและภายในประเทศ และความห่วงใยในความเป็นไปของบ้านเมืองที่เป็นเผด็จการซ่อนรูปภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตย คนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม ประกอบด้วยตัวแทนวิชาชีพ รวม 20 วิชาชีพ ได้ลุกขึ้นรวมพลัง ยืนหยัด ขอร่วมปกป้องประเทศชาติและราชบัลลังก์อีกครั้ง โดยถือเอาวันที่ 6 เม.ย. 2556 หรือ “วันจักรี” ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 231 ของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นวันฤกษ์งามยามดี
โดยจะไปทำพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์แห่งจักรีวงศ์ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า พร้อมกับประกาศ “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” จากนั้นคณะบุคคลดังกล่าวจะไปสักการะพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่ปราสาทพระเทพบิดร และถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วย
เราลองมาดูกันว่า “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” ดังกล่าว มีเนื้อหาสาระที่สำคัญอย่างไรบ้าง โดยผู้เขียนขอลอกเนื้อหารายละเอียดมาลง ดังนี้
ยึดมั่นและเห็นพ้องต้องกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Constitutional Monarcy เป็นการปกครองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย สมควรที่จะได้รับการเสริมสร้าง ธำรงรักษาให้จำเริญวัฒนาไปตลอดกาลนาน
-เห็นว่า ราชอาณาจักรไทยอันเป็นเอกรัฐอันหนึ่งอันเดียวกันและแบ่งแยกมิได้นั้นเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นและไม่ควรจะดิ้นรนเอาอนาคตของชาติไปเสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลง สู่ความเป็นสมาพันธรัฐหรือสาธารณรัฐ ซึ่งไม่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และวัฒนธรรมของชาติไทย อันรังแต่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายไม่สงบและร้าวฉานขึ้นในหมู่ประชาชน
-เห็นว่า สถานการณ์ในปัจจุบันน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง สมควรที่ปวงชนชาวไทยจะต้องสมัครสามัคคีมีความสมานฉันท์ ช่วยกันฟื้นฟูบูรณะประเทศให้มีความสงบ ศานติและรุ่งเรือง การที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความจำเริญพัฒนา ต้องอาศัยประชาชนพลเมืองที่ขันแข็ง ซื่อสัตย์ ยึดมั่นในศีลธรรม จริยธรรม และเคารพกฎหมาย และหากมีความขัดแย้งเห็น|ต่างกันเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ก็สมควรใช้ธรรมะ กฎหมาย และสติปัญญา เป็นเครื่องมือแก้ไข
-เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่ทำลายบ้านเมืองอยู่อย่างหนักหน่วงในขณะนี้ คือปัญหาการคดโกงคอร์รัปชัน ทั้งที่เกิดจากระบบการเมือง นักการเมือง ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล รวมทั้งการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย อันได้แก่การใช้อำนาจรัฐโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการจัดตั้งและจับจ่ายงบประมาณแผ่นดินไปในทางที่เป็นผลประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ปัญหาดังกล่าวนี้จะต้องช่วยกันระงับยับยั้งสุดปัญญาความสามารถ หาไม่ประเทศชาติจะประสบกับความหายนะล่มจมเป็นแน่แท้
-เห็นว่า การแทรกแซงระบบข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และรัฐวิสาหกิจ ทำให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมือง และหรือผู้ทรงอิทธิพลนอกระบบ เป็นการทำลายความสามารถและความเป็นกลางของระบบราชการ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศและรับใช้ประชาชน การกระทำดังกล่าวจะต้องยุติโดยด่วนและเด็ดขาด และจำต้องมีมาตรการเยียวยาแก้ไข ให้ระบบราชการกลับคืนสู่สภาพของความมีศักดิ์ศรี สมรรถภาพและประสิทธิภาพ เพื่อเป็นหลักประกันความผาสุกของประชาชน
-เห็นอย่างหนักแน่นว่า ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รัฐบาลและฝ่ายค้านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะต้องร่วมมือกันบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีความรับผิดชอบและโปร่งใสตามขั้นตอนและครรลองแห่งหลักประชาธิปไตย โดยปราศจากการแทรกแซงครอบงำจากต่างประเทศ หรือบุคคลภายนอกอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าบนฐานแห่งความสัมพันธ์ใดๆ การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายประเทศชาติและประชาธิปไตย และจะต้องยุติลงอย่างไม่มีเงื่อนไขในทันที
อ่าน “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” กว่าจะจบก็เหงื่อตกเหมือนกัน แต่เข้าใจได้ว่านี่คือแบบฟอร์มในการเขียนปฏิญญา หากเขียนง่ายๆ ให้คนจำได้คงจะมีอยู่เพียง 2-3 ประเด็นเท่านั้น คือ
หนึ่ง ไม่ยอมให้ใครมากัดเซาะ บ่อนทำลายทั้งโดยตรงหรืออ้อม เปิดเผยหรือซ่อนเร้น เพื่อเปลี่ยนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขซึ่งดีอยู่แล้ว ไปเป็นระบอบอื่น หรือพยายามเอาระบอบอื่นมาทดลองใช้กับประเทศไทย
สอง รับไม่ได้กับวิธีการบริหารประเทศโดยกดรีโมตคอนโกรล หรือสไกป์สั่งการ ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ถูกต้องตามหลักรัฐศาสตร์ที่จะทำให้บ้านเมืองมีความมั่นคงและสงบเรียบร้อย
สาม รับไม่ได้กับการที่รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ ต้องบินไปวิ่งเต้นแย่งตำแหน่งกันในต่างประเทศว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 6 เม.ย. เมื่อ 231 ปีมาแล้ว เป็นวันที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ มีพระมหากษัตริย์ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมสืบมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน วันที่ 6 เม.ย.นี้ จึงนับว่ามีความสำคัญยิ่งสำหรับคนไทย คณะบุคคลผู้ประกาศ “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” จึงขอเชิญชวนชาวไทยไปร่วมประกาศความเป็นคนไทย ด้วยการไปถวายบังคมพระบรมรูปพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชที่เชิงสะพานพุทธฯ ไปถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร ร่วมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่โรงพยาบาลศิริราช หรือที่อื่นใดทั่วราชอาณาจักรตามความสะดวก
ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านผู้อ่านและช่วยบอกต่อๆ กันไป โปรดร่วมกันสนับสนุน “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อช่วยกันปกปักรักษา ทำนุบำรุงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืนสถาพรสืบไป ใครทำอะไรได้ก็ขอให้|ทำตามกำลังความสามารถที่มีอยู่
ท่านผู้อ่านที่มีฝีมืออาจช่วยได้ด้วยการสรุป “ปฏิญญากรุงรัตนโกสินทร์” เป็นข้อสั้นๆ ลงในเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนอ่านได้ง่ายๆ ใครเห็นว่ามีเหตุผล รับฟังได้ กรุณากด “ไลค์” เพื่อสนับสนุนเจตนารมณ์ของคณะผู้จัดทำปฏิญญานี้ด้วย







