
สังคมโพสต์ทูเดย์
1 ทศวรรษที่ยั่งยืนกับความมั่นคงและซื่อตรงในวิชาชีพ “โพสต์ทูเดย์” ยืนหยัดเคียงข้างกับผู้อ่านทุกคน...
1 ทศวรรษที่ยั่งยืนกับความมั่นคงและซื่อตรงในวิชาชีพ “โพสต์ทูเดย์” ยืนหยัดเคียงข้างกับผู้อ่านทุกคน...
...ท่ามกลางอากาศร้อนๆ ใครๆ ต่างทายทักว่า อุณหภูมิการเมืองจะ “พุ่งกระฉูด” ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน การเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ ไปจนถึงเป้าหมายเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ด้วย “เสียงข้างมาก” ในรัฐสภาทั้งหลายล้วนเป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ของบ้านเมืองครั้งสำคัญ แต่จะเปลี่ยนผ่านแบบ “พวกมากลากไป” หรือ “ถ้อยทีถ้อยอาศัย” บ้านเมืองก็อยู่ในมือของทุกคนที่ต้องช่วยกันจับตา “ตรวจสอบ” ...
...องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลัง “หนาวๆ ร้อนๆ” เพราะความพยายามที่จะ “ลิดรอน” อำนาจและความชอบธรรม แต่ใช่ว่าองค์กรเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์ สำคัญคือ บุคคลที่มาทำหน้าที่ กรณี ป.ป.ช.ไม่รับที่จะตั้งคณะกรรมการสอบ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กรณีให้สามีกู้ยืมเงิน 30 ล้าน กองเชียร์และแฟนคลับอาจจะ “ผิดหวัง” หรือ “ดีใจ” แต่การพิจารณาตัดสินและความยุติธรรม หาใช่เรื่องทางอารมณ์ แต่เป็นข้อมูลและเหตุผลความน่าเชื่อถือ รวมทั้ง “ความศักดิ์สิทธิ์” ของการทำหน้าที่ สำคัญหมาย คือ “การถ่วงดุล” ที่ต้องมีทุกองคาพยพ...
...กลับมาร้อนอีกครั้ง กรณี “เขาพระวิหาร” ถึงขนาด “ถ่ายทอดสด” ให้เห็น ให้ฟังกันจะจะ งานนี้ รมต.ต่างประเทศ “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” ชิ่งล่วงหน้ามานานแล้วว่า ผลออกมาถ้าดี ก็เอามาเป็นผลงานตัว ถ้าเผลอไผลกลายเป็นผลลบ ก็ “โยนกลอง” แต่ที่ต้องยกนิ้วให้ในการเป็นเรี่ยวแรงสำคัญมาตั้งแต่แรก คือ ทูต “วีรชัย พลาศรัย” และทีมงาน คนนี้ต่างหากที่ต้องได้กล่องเกียรติยศ แต่ที่ต้องจับตาและไม่ควรมองข้าม คือ ชุมชน “คนชายแดน” ที่รวมตัวเคลื่อนไหวมาเป็นเวลานาน เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยได้ มีแต่ “เสีย”...
...ใช้การตลาดแบบ “ประชานิยม” เจรจาแก้ปัญหา 3 จังหวัดใต้ของรัฐบาล คือ รูปแบบและวิธีการตรงข้ามผลที่ได้รับ ความรุนแรงในพื้นที่ ที่นับวันเหตุร้ายและรุนแรงเกิดถี่ขึ้นยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญ “มวลชน” ในพื้นที่ยินดี ยินร้าย และร่วมมือกับรัฐบาลมากแค่ไหน หรืองานนี้ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ฝ่ายมาเลเซียล้วนๆ เอาไปขบคิดและเร่งแก้ปัญหาให้ถูกจุด อย่า “มัวแต่โม้” บรรดาคุณเธอ คุณท่าน ที่รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ทั้งหลาย...
...เลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ ก่อนวันสมัครก็มีสิ่งบอกเหตุว่า งานนี้กลไกอำนาจรัฐ “จัดเต็ม” แน่นอน ตำรวจใหญ่น้อยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ยกโขยง” กันไป “อิ่มอร่อย” กับผู้สมัครบางคน ยังไม่รวมรัฐมนตรี “ใกล้ชิด” และรัฐมนตรี “รู้ใจ” เรียกว่า “โมเดลกรุงเทพฯ” ที่พรรคประชาธิปัตย์ คู่แข่งขันจะนำไปใช้ที่สนามเลือกตั้งเชียงใหม่ครั้งนี้ คงจะ “เข็นครก” ขึ้นดอยสุเทพแน่...
...ที่จะได้เต็มๆ เห็นจะเป็น “เวทีผ่าความจริง” ที่ประชาธิปัตย์เตรียมแฉสารพัดข้อมูล โดยเฉพาะ เจ๊ ด. คนดัง ที่อยู่เบื้องหลังทุกเรื่องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายตั้งแต่ ผู้ว่าราชการ ผู้กำกับ ตำรวจแทบทุกโรงพัก นายอำเภอ ยัน ภารโรง และ “ทุกโปรเจกต์” ที่เลื่องชื่อลือนามกว่า 30% ส่วนจะได้รับการเผยแพร่ และมีผลต่อการโหวตคะแนนให้ผู้สมัครหรือไม่ งานนี้ต้องเรียนรู้เป็นบทเรียนเฉพาะเลยว่า “ตำนานการเมืองไทย” อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น...
...วันเกิด “ปู่ชัย ชิดชอบ” นักการเมืองคร่ำหวอด อดีตประธานรัฐสภา ที่ดูดีมีหลักการเมื่อเปรียบเทียบกับประมุขนิติบัญญัติรุ่นหลังๆ ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาร่วมอวยพร แม้จะ “บางตา” ไปบ้าง เพราะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ไม่ถึงกับซบเซา เรียกว่า บุญคุณและบารมีที่สั่งสมมามิใช่ธรรมดาๆ เป็นนักการเมืองลายครามรุ่นเก่า ที่ “มั่นคง” ดั่งหินผา พร้อมรับได้แม้ยามที่มีอำนาจและยามที่ “อำนาจร้างรา”...
...ไม่เหมือนกับนักการเมืองรุ่นใหม่หลายคน ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม “พ่นวาจาสามหาว” พอเป็นข่าวดังไม่กี่ครั้ง ก็คิดว่านั่นเป็นผลงานเลิศ ต้องได้รับการสมนาคุณทางการเมือง ด้วยตำแหน่งทุกแห่งหน นักการเมืองพวกนี้แหละที่ “ถ่วงความเจริญ” ของบ้านเมือง ไม่สมควรมาเป็นตัวแทนประชาชน ว่างๆ ทุกพรรคการเมืองทั้งค้านและรัฐบาลลอง “สอดส่อง” แล้วจะรู้ว่า มีเห็บ หมัด เกาะพรรคกันเป็นแถว...
...พบกันฉบับหน้า







