
2 วันชี้ชะตาทุบตึกเอียงประทุม
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอาณาบริเวณ อพาร์ตเมนต์ 7 ชั้น หลังห้างเซียร์รังสิต
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอาณาบริเวณ อพาร์ตเมนต์ 7 ชั้น หลังห้างเซียร์รังสิต ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หลังอพาร์ตเมนต์แห่งนี้เกิดการทรุดตัวและเอียงเมื่อคืนวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
พื้นที่โดยรอบอาคารถูกกั้นด้วยรั้วเหล็กสีแดงจำกัดเป็นเขตหวงห้าม ลึกเข้าไปจากรั้วมีโต๊ะยาวตั้งอยู่ 1 ตัว ใกล้กันมีแผ่นป้ายแปะกระดาษใบใหญ่ใช้บันทึกวันเวลาของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาตรวจ แหงนหน้ามองสภาพอาคาร พบว่ายังโน้มเอียงและทรุดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ในบางจังหวะมีก้อนดินก้อนปูนหล่นลงมาจากด้านบนตลอดวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา
ถัดจากอาคารด้วยระยะเพียง 1 ช่องทางสัญจร คือที่ตั้งของหมู่บ้านภูมรินท์ ที่มีราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป กำแพงของหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างตัวอาคารไม่เกิน 15 เมตร และหากฝันร้ายตามที่ใครหลายคนกังวลเกิดขึ้นจริง นั่นหมายถึงความสูญเสียในชีวิต ซึ่งยากที่จะประเมินค่าเป็นตัวเงิน
เรื่อยเข้าไปในหมู่บ้านภูมรินท์ ลัดเลาะไปตามแนวอาคาร พบทาวน์โฮม 3 ชั้น เรียงรายในลักษณะเป็นเป้าใหญ่ จับอาการผู้พักอาศัยยังตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวาดกลัว หลายรายหวาดผวา ตระหนกกับเสียงดังและเสียงเครื่องบิน
เบญจพร วงศ์สูง หนึ่งในกลุ่มผู้พักอาศัยที่ตั้งวงพูดคุยกันอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ กล่าวขณะที่สายตาชำเลืองไปยังตึก 7 ชั้น ว่า ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ จนถึงขณะนี้แทบจะไม่มีใครเข้ามาดูแล คนในหมู่บ้านต้องคอยเฝ้าตึกกันเอง
“เราไม่ได้ถามหาความรับผิดชอบหรือเรียกร้องอะไรกับใคร ตั้งแต่มีการสร้างตึกนี้พวกเราก็ทนมาตลอด ทั้งเสียงดัง ขยะเหม็นเน่า หนักเข้าก็บ้านร้าว แต่ทั้งหมดเราก็ยังทนได้ ก็แก้ไขกันไปเอง แต่มาครั้งนี้มันไม่ไหว มันอันตรายเกินไป เราแค่ต้องการหลักประกัน หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าเรายังปลอดภัย เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่มีใครแจ้งอะไรเราเลย”
เธอเล่าว่า ขณะที่มีข่าวออกไปว่าตึกนั้นจะไม่ทรุดเพิ่ม แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ ตึกยังคงเอียงและทรุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโชคยังดีที่ตึกโน้มเอียงไปในด้านตรงข้ามกับหมู่บ้าน เพราะหากตึกเอนมาทางหมู่บ้านก็คงต้องพังกันยับเยิน
“มันนอนกันไม่ได้แล้ว จะให้หลับได้อย่างไร พอได้ยินเสียงดังตุ้บก็ต้องตื่นขึ้นมาดู ประกอบกับข้อมูลก็ไม่ตรงกัน บางคนบอกระวังว่าตึกจะดีดกลับมาเอียงใส่หมู่บ้าน เราก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร” เบญจพร เปลือยความทุกข์
สอดคล้องกับผู้อาศัยอีกรายที่ระบายว่า ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะบ้าน 89 หลังที่อยู่แนวเดียวกับตึก บางบ้านย้ายออกไปตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่กลับมา ส่วนตัวก็อยากออกไป แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน ที่สำคัญคือเป็นห่วงบ้าน สุดท้ายก็จำใจอยู่แบบเสี่ยงๆ ต่อไป
หญิงวัยกลางคนรายนี้บอกอีกว่า บริษัทที่ก่อสร้างตึก 7 ชั้น ไม่เคยมีความรับผิดชอบ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ไม่เคยสนใจ ถามว่าที่ผ่านมาปัญหาเสียงดัง ก่อสร้างเกินเวลา ฝุ่นละออง ขยะส่งกลิ่น เคยมีใครสนใจบ้างหรือไม่ ทั้งๆ ที่แจ้งความแล้ว ร้องเรียนแล้ว แต่ก็ยังคงถูกเพิกเฉย
“ถึงเวลานี้เจ้าของอาคารยังไม่เคยโผล่หัวออกมาเลย เราประชุมหมู่บ้านกันมีมติขอแค่ให้เจ้าของอาคารติดสัญญาณเตือนภัย ทำแผงกั้นฝุ่นให้เท่านั้น มันไม่ได้มากอะไรเลย แต่แค่เขาจะมาประชุมร่วมกับเรายังไม่เคยมาเลย” ผู้พักอาศัยรายนี้ กล่าว
เธอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้ว่าเจ้าของอาคารรู้ล่วงหน้าแล้วว่าตึกไม่ได้มาตรฐานและกำลังจะเกิดปัญหา จึงค่อยๆ ทยอยให้คนงานขนอุปกรณ์ก่อสร้างออกไปตั้งแต่คืนวันที่ 29 มี.ค. กระทั่งเข้าสู่คืนวันเกิดเหตุในอีก 2 วันต่อมา
“ตอนนี้ก็ไม่รู้จะพึ่งใคร จะทำหนังสือเปิดผนึกปิดผนึกไปที่หน่วยงานใดก็ไม่มั่นใจว่าจะไปถึง จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยตีแผ่ปัญหา ไม่อยากให้กลับมาทำข่าวอีกครั้งตอนตึกถล่มทับคนตาย”
สำหรับเจ้าของอาคาร คือ บริษัท ดอนเมือง แกรนด์ พลาซ่า เจ้าของโครงการ และจ้างเหมาให้บริษัท เจริญโชค ก่อสร้าง เอนจิเนียริ่ง เป็นผู้ขออนุญาตก่อสร้าง
อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของบริษัทและคนงานก่อสร้างได้เก็บป้ายประกาศที่ระบุชื่อบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้าง และชื่อของเจ้าของโครงการออกไปจนหมด ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางบริษัทได้ส่งวิศวกรร่วมกับเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลคูคตมาตรวจสอบ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องทุบตึกหรือไม่
สิ่งที่น่าห่วง คือ หากเกิดพายุฝนขึ้นอาจกระเทือนต่อการเคลื่อนตัวของชั้นดิน และอาจทำให้อาคารแห่งนี้ล้มครืนกระทบต่อหมู่บ้านภูมรินท์แห่งนี้
ศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผวจ.ปทุมธานี ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอการตรวจสอบจากกรมโยธาธิการและผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการก่อสร้าง ว่า การทรุดตัวของอาคารเกิดจากชั้นดินหรือปัญหาจากโครงสร้างของตึก ซึ่งจะทราบผลภายใน 12 วันนี้ ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าจะทุบหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป
“ขณะนี้ได้เตรียมเจ้าหน้าที่อพยพประชาชนในละแวกข้างเคียงไว้แล้วแต่พบว่าองศาการเอียงของอาคารอยู่เท่าเดิม คือ 6 องศา ซึ่งในระบบโยธาแล้วยังไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุได้เตรียมหน่วยฉุกเฉินและดับเพลิงไว้แล้ว” ผวจ.ปทุมธานี กล่าว







