
วรงค์ปูดบันได3ขั้นแก้ม.68ลุยองค์กรอิสระ
หมอวรงค์ ห่วง แก้รธน.เป็นได้ 2 สมัย เปิดทาง สว.ทาส ห่วงบันไดสามขั้นแก้ม.68 เปิดทางแก้ทั้งฉบับรื้อยุบองค์กรอิสระ
หมอวรงค์ ห่วง แก้รธน.เป็นได้ 2 สมัย เปิดทาง สว.ทาส ห่วงบันไดสามขั้นแก้ม.68 เปิดทางแก้ทั้งฉบับรื้อยุบองค์กรอิสระ
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ที่มาของ สว. ต้องการบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อมากลั่นกรองกฎหมายและไม่ถูกการเมืองแทรกแซง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า สว.เลือกตั้งจะดีกว่า สว.สรรหา แต่ขึ้นอยู่ที่การทำหน้าที่ว่าใครทำประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศชาติได้มากกว่ากัน ส่วนที่อภิปรายว่า สว.สรรหามามีที่มาจากการสรรหาของแค่ 7 อรหันต์เท่านั้น เมื่อวานตนเองได้รับเอสเอ็มเอสจากชาวบ้าน ระบุว่า 7 อรหันต์ดีกว่า 1 ทรราช ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นใคร
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การเปิดให้ดำรงตำแหน่งในวาระต่อเนื่อง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นในช่วงสมัยที่ 2 ก็จะมีการหาเสียง วิ่งเต้นกับหน่วยราชการ ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน จะเป็นช่องทางให้พรรคการเมืองเข้ามาครอบงำ ซึ่งขณะนี้มี สส.ขี้ข้า หากผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมี สว.ทาสแน่นอน อีกทั้ง สว.ต้องทำหน้าที่คัดเลือกองค์กรอิสระ หากการเมืองเข้าไปควบคุม สว.ได้ เท่ากับว่าก็เข้าไปควบคุมองค์กรอิสระได้ด้วย
น.พ.วรงค์ กล่าวว่า ในประทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นแบบของระบอบประชาธิปไตย สภาขุนนางที่เทียบเท่ากับวุฒิสภามีการสืบทอดตำแหน่งจากพ่อไปยังลูก และยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นการเลือกตั้งหรือสรรหา และหาจะเลือกตั้งก็จะมีการเลือกตั้งจากลิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่เลือกจากฐานเดียวเหมือนกับ สส.และหากมาจากการเลือกตั้งก็ไม่ควรมีระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 6 ปี ควรเหลือเพียง 4 ปี หาก สว.มาจากฐานเดียวกับ ส.ส.ก็ไม่จำเป็นต้องมีสองสภาฯ มีเพียงสภาฯ เดียวก็พอ
น.พ.วรงค์ กล่าวว่า ส่วน มาตรา 68 ที่มีการถกเถียงกันในประเด็นจะตัดอำนาจประชาชน ไม่ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยตรง แต่ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุด พบว่านอกจากนี้ยังมีการหมกเม็ด ตัดวรรค 1 เพื่อให้ประชาชนสับสน เมื่อผ่านเท่ากับว่าเป็นการตัด มาตรา 68 ออกไปโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญไม่อยากเห็นบันได 3 ขึ้นเกิดขึ้น เมื่อขั้นแรกแก้ มาตรา 68 ผ่านแล้ว ขั้นต่อไปคือการลงมติ และบันได้ขั้นสุดท้าย คือ การรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งกังวลว่าจะเกิดการยุบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยุบศาลปกครอง ยุบศาลรัฐธรรมนูญให้เล็กลง ยุบผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมาจากรัฐสภา ที่สำคัญกังวลว่าประธานศาลฎีกาต้อง ผ่านการรับรองจากรัฐสภา ถือเป็นการปฏิวัติ ยึดอำนาจในรูปแบบใหม่







