
รัฐบาลปิดเกมไม่ลง งานหนักกินเนื้อตัวเอง
8...ทีมข่าวการเมือง
การประกาศ
“รุกกลับ” รัฐบาล ของกลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ด้วยการเคลื่อนพลนำมวลชนคนเสื้อแดงบุกเข้าถนน 11 เส้นทาง ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกประกาศห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านนอกจากจะเป็นการ
“ท้าทาย” อำนาจรัฐ ด้วยการไม่แยแสกับประกาศ ศอ.รส. ที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือคำวินิจฉัยของศาลที่ยืนยันว่าการปักหลักชุมนุมย่านราชประสงค์ของกลุ่มเสื้อแดงไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้านหนึ่งยังเป็นการสร้าง
“แรงบีบ” สำคัญที่ย้อนกลับมา “กดดัน” รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่ไร้สภาพบริหาร จนไม่สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเสื้อแดงขณะนี้ หนำซ้ำยังประกาศจะยกระดับความรุนแรงต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลจะยุบสภา“
นี่เป็นการรุกกลับยกที่หนึ่งเท่านั้น อีกหนึ่งชั่วโมงจะเป็นยกที่สอง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะรุกกลับทุกเวลาทุกนาที ไม่ต้องหายใจหายคอกันแล้วรัฐบาล” อย่างที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศสภาพ
“หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ของเสื้อแดงในเวลานี้ กับการปรับ “ยุทธวิธี” แก้เกม “แผนยื้อ” ของรัฐบาล จึงไม่ใช่ “งานหมู” อีกต่อไปสำหรับแนวทางคอยประคองตัว หลีกเลี่ยงความรุนแรง หลีกเลี่ยงการปะทะ หวังให้เสื้อแดงอ่อนแรงไปเอง อย่างที่เดินมาตลอดยิ่งเวลาการชุมนุมที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 20 วัน โดยที่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการจัดการใดๆ ได้ ยิ่งจะฉุดให้สภาพรัฐบาลต้องตกเป็นฝ่ายที่ถูกกดดันจากสังคม ที่เริ่มอดรนทนไม่ไหวกับเกมป่วนของเสื้อแดง ทั้งแผนดาวฤกษ์ดาวกระจายจนการจราจรเป็นอัมพาต
ลำพังแค่วิธีการประนีประนอมเพื่อลดแรงเสียดทาน จนมาถึงการเปิดเจรจา กับแกนนำเสื้อแดง 2 รอบที่ไม่หาข้อสรุปลงตัวได้ ไปจนถึงการงัดมาตรการทางกฎหมาย ผ่านประกาศ ศอ.รส. และการขอให้ศาลออกหมายจับ จึงไม่เพียงพอสำหรับรับมือการชุมนุมที่เพิ่มความดีกรีความรุนแรงขึ้นทุกที
ล่าสุดกับการยืนยันปักหลักชุมนุมกันที่ย่านราชประสงค์แบบไม่สนใจประกาศ ศอ.รส. ให้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลทำได้เพียงแต่แค่การปิดหมาย และวางเจ้าหน้าที่ควบคุมการชุมนุมของเสื้อแดง โดยไม่สามารถผลักดันให้ออกนอกพื้นที่ ทั้งที่ชัดเจนว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย
มาจนถึงการประกาศเคลื่อนขบวนไปยังถนน 11 สายต้องห้าม ที่รัฐบาลสามารถทำได้แค่ยันไว้ในช่วงแรก ด้วยการตั้งด่านสกัด พร้อมเปิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจิตวิทยา พูดผ่านเครื่องขยายเสียงเจรจากับกลุ่มเสื้อแดงให้ชุมนุมแบบสันติ อย่าใช้กำลัง
ทว่า ทั้งการตั้งจุดสกัดที่สุดท้ายได้เกิดความตึงเครียดจนนำมาสู่การปะทะกันเล็กน้อยระหว่างเจ้าหน้าที่และเสื้อแดง และการนำรถปราศรัยมาพูดแข่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดเส้นทางเจรจา ยิ่งทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น ก่อนเสื้อแดงล่าถอยไปตั้งหลักกันใหม่
ด้วยท่าที
“เอาจริง” ของรัฐบาลกับ “สัญญาณ” ที่ส่งไปถึงเสื้อแดง ให้สลายการชุมนุม พร้อมดำเนินการออกหมายจับ 10 แกนนำ ยิ่งกลายเป็นแรงบีบให้เกิดความตึงเครียดตลอดช่วงบ่ายวันที่ 6 เม.ย. ท่ามกลางกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมสลายการชุมนุมก่อนจะนำมาสู่การประกาศ พร้อมฝ่าทุกด่านสกัด เคลื่อนมวลชนไปยังถนน 11 สาย ต้องห้ามรอบสอง ไปจนถึงท่าทีขู่จะยกพลมาปิดล้อมถึงที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จนทำลายบรรยากาศฉลองครบรอบ 64 ปี จนกร่อยสนิท ทั้งนายกฯ ที่ไม่เข้าร่วมงาน จนถึงต้องเร่งรีบปิดงานหลบเสื้อแดง
ยิ่งทำให้บรรยากาศความรุนแรงคุกรุ่นมากขึ้น จนสุดท้าย ศอ.รส.ต้องออกมายืนยันว่าไม่มีการล้อมปราบผู้ชุมนุมเสื้อแดงตามกระแสข่าว และยังไม่มีมาตรการจับแกนนำในเวลานี้ เนื่องจากต้องรอดูความเหมาะสมไม่ให้ซ้ำเติมความรุนแรง
การปิดเกมไม่ลงของรัฐบาลเที่ยวนี้ แถมยังถูก
“รุกกลับ” อย่างทันควัน ยิ่งทำให้รัฐบาลต้องเป็นฝ่ายกดดันตัวเอง ในจังหวะการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง ที่เดินเครื่องเร่งปิดเกมให้ได้ก่อน 10 เม.ย. หรือพร้อมเปิดเกมยาวชุมนุมต่อในช่วงสงกรานต์ยิ่งทอดเวลาไปนานเท่าไหร่ การแก้ปัญหาด้วยการออกทีวีชี้แจงสถานการณ์ จุดยืน และตอบโต้การกระทำของเสื้อแดง อย่างที่ทำๆ มาในอดีต จึงไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับเกมใหม่ของเสื้อแดงที่พร้อมยกระดับความรุนแรงและพร้อมยืดเยื้อ
ภาคธุรกิจที่เคยยืนอยู่ข้างรัฐบาล ต่อต้านเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะยืนอยู่ข้างรัฐบาลต่อไป หากรัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับต่อเศรษฐกิจ ที่หากปล่อยให้ชุมนุมยืดเยื้อเท่าไหร่ มูลค่าความเสียหายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ยังไม่รวมกับเหตุระเบิดรายวันที่นับวันจะเพิ่มความถี่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยังไม่มีแนวโน้มว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี หรือเข้าใกล้เบาะแส เพื่อป้องกันสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยฉุดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
ล่าสุด กับเหตุการณ์วางระเบิดแสวงเครื่อง ริมรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สามารถเก็บกู้ได้ทันก่อนระเบิด ไปจนถึงเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้ามาลูบคมถึงพรรคประชาธิปัตย์ในวันครบรอบสถาปนา 64 ปีพรรคประชาธิปัตย์ จนมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย
บรรยากาศอึมครึมของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ท่ามกลางความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยที่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการใดๆ เพื่อคลี่คลายให้สถานการณ์ดีขึ้น และหากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป แรงกดดันที่เคยอยู่ที่ฝั่งเสื้อแดง ก็จะย้อนมาตกอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งนับวันจะมีแต่กินเนื้อตัวเองเข้าไปทุกที ตามระยะเวลาที่ยืดเยื้อยาวนานออกไป







