posttoday
เร่งแก้ไฟใต้ก่อนเปิดเออีซี

เร่งแก้ไฟใต้ก่อนเปิดเออีซี

03 เมษายน 2556

สมช.ร่วมบัวแก้ว-คลังเร่งเคลียร์ปัญหาใต้ก่อนเปิดรับเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมเตรียมแผนใช้ตชด.คุมพื้นที่แทนทหาร

สมช.ร่วมบัวแก้ว-คลังเร่งเคลียร์ปัญหาใต้ก่อนเปิดรับเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมเตรียมแผนใช้ตชด.คุมพื้นที่แทนทหาร 

พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า “ยุทธศาสตร์การค้าชายแดนสู่ประชาคมอาเซียน” รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวรวมถึงความมั่นคง เพื่อสร้างดุลยภาพซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดทำนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์ชาติขึ้น

โดยยุทธศาสตร์ชาติปี 2556 กำหนดประเด็นสำคัญ คือ การแสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้น เรื่องดังกล่าวจึงย้อนกลับมาให้สมช.รับผิดชอบ และเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง เฉพาะ กรมสุลกากร และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

“ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอาเซียนที่ต้องมีการไหลผ่านของประชากร มีความสัมพันธ์ในเรื่องของการค้า ขณะเดียวกันก็สัมพันธ์ในส่วนของความมั่นคง แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องสร้างดุลยภาพความมั่นคง มั่งคั่ง เรื่องการค้าให้ได้ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว” พล.ท.ภราดร กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ยังได้เสนอแนะในเรื่องของการขอรับงบประมาณเพื่อสนับสนุนตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) ที่เข้ามาดูบริเวณชายแดน เพื่อให้ทหารไปทำงานป้องกันประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งรัฐบาลก็ได้อนุมัติหลักการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยให้งบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวเป็นการสอดรับกับการเจรจาของกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะต้องทำให้บริเวณชายแดนคลายปัญหาความขัดแย้ง ส่วนในพื้นที่มีความอ่อนไหว อาทิ นาทวี สุไหงโกลก ถือว่าดีกำลังทวีความเข้มข้นในการพูดคุยเพื่อไปนำสู่การแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี

“เมื่อกระบวนการตรงนี้ได้รับการยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งขบวนการและฝ่ายเรา และประเทศเพื่อนบ้านที่รับรองตรงนี้ รวมถึงโลกมุสลิมยอมรับกระบวนการแก้ไขตรงนี้ มันจะทำให้การแก้ไขปัญหารวมถึงบรรยากาศชายแดนสู่สันติภาพและในเรื่องของการค้าได้”พล.ท.ภราดร กล่าว

ส่วนเหตุการณ์อุ้มพลทหารจากบ้านพักซึ่งมีส่วนกับการสังหารกลุ่มโจรใต้ 16 ศพถือเป็นการตบหน้ารัฐบาลหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ไม่ตบหน้า เพราะความแตกต่างทางความคิดยังคงอยู่ การพูดคุยเพิ่งเริ่มต้นครั้งแรก ต้องมีการพัฒนา เมื่อแสวงหาความเชื่อมั่นและความไว้ใจ สุดท้ายจะแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยได้

อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐได้มีการเจรจากับแกนนำกลุ่มก่อเหตุแต่ยังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ จะมีการพูดคุยหรือไม่มี เหตุการณ์ความรุนแรงยังต้องคงอยู่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีปัจจัยหลายประการ เช่น ขบวนการบีอาร์เอ็นเอง ขบวนการอื่น และขบวนการสุดท้ายคือการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน

ส่วนการนำกลุ่มอื่นมาหารือคิดว่าในจังหวะอีกไม่นาน แต่การเริ่มต้นจากขบวนการบีอาร์เอ็นดึงส่วนเหล่านั้นมา เพราะมีบีอาร์เอ็นถือเป็นกระบวนการใหญ่ที่สุดในกลุ่มที่มีองค์กรทางความคิดและกำลังและมีแนวร่วม ทั้งนี้ ได้เจรจากับทางทหารเพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องของแผนและกำลังไม่ให้เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว

“ทุกอย่างทำควบคู่กันไป การรักษาความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยฝ่ายความมั่นคงเข้มข้นตามเดิม ขณะเดียวกันขบวนการพูดคุยยังคงเดินต่อไป ขบวนการเปิดพื้นที่มาตรา 21 ก็ยังคงเดินต่อ”ภราดร กล่าว

นอกจากนี้ ในเรื่องการข่าวทางบีอาร์เอ็นก็ได้แจ้งมา แต่แน่นอนต้องกลับไปพุดคุยอีกครั้งในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ส่วนแนวคิดการนำตชด.เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนจะไม่เป็นจุดอ่อนให้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพราะทหารยืนยันการปฏิบัติภารกิจลักษณะนี้เป็นรูปแบบของหน่วยเฉพาะกิจ

สำหรับการปรับกำลังเจ้าหน้าที่หลักเกิดเหตุอุ้มทหารนาวิกโยธินนั้น ตอนนี้ยังคงใช้กำลังเท่าเดิมเพราะถือว่าเพียงพอต่อการรับมือและสถานการณ์ และเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นต้องไปพูดคุยกันในภาคประชาสังคมต่อไป แต่แน่นอนว่ากลุ่มใช้ความรุนแรงต้องใช้เวลา ซึ่งอดทนต่อสู้และรับฟังกันไป

“เจ้าหน้าที่ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงต่อการสูญเสียแน่นอน เพราะเราเห็นมาระยะ 2-3วัน หรือตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป้าหมายมาอยู่ที่เจ้าหน้าที่ไม่ใช่ประชาชน ฉะนั้น เป็นความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ที่พร้อมยอมรับเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลใจ แต่บางครั้งคราวอาจเกี่ยวข้องกับประชาชนเพราะต้องการสร้างสถานการณ์”ภราดร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท