posttoday
“สุกิจ”ค้านแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาสว.

“สุกิจ”ค้านแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาสว.

02 เมษายน 2556

ปชป.ค้านแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะที่มาสว. ย้ำหากเลือกตั้งทั้งหมดมีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ ชี้ประเทศกำลังถอยหลังมากกว่าเดินหน้า

ปชป.ค้านแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะที่มาสว. ย้ำหากเลือกตั้งทั้งหมดมีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ ชี้ประเทศกำลังถอยหลังมากกว่าเดินหน้า

ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดย นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยแม้จะเกิดขึ้นมานานตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แต่ก็ไม่ลงตัวเบ็ดเสร็จ ยังคงมีวิวัฒนาการตลอดเวลา เพื่อหาจุดสมดุลแต่ละประเทศ ไม่มีประเทศไหนได้รับประชาธิปไตยไปแล้วใช้ไม่เกิดปัญหา ซึ่งประชาธิปไตยจะใช้ได้ดีเมื่อสอดคล้องกับวัฒนธรรม ประเพณี ระบบความเชื่อ และบุคลิกพิเศษของคนในสังคมนั้น

อย่างไรก็ดี แม้ประเทศไทยจะเดินบนเส้นทางประชาธิปไตยมา 81 ปี ก็ยังเวียนว่ายหาจุดลงตัวไม่ได้ ทั้งนี้ หัวใจระบอบประชาธิปไตย คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ในบางยุคประชาชนทำได้แค่เพียงไปหย่อนบัตรลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ปล่อยให้นักการเมืองเข้าไปละเลง ซึ่งประชาชนก็ไม่สามารถตามไปตรวจสอบยับยั้งได้ ต้องรอเวลา 4 ปี จึงจะลงโทษได้ คือ ไม่ไปลงคะแนน ตอนนั้นนักการเมืองก็ร่ำรวยมหาศาล

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ได้เพิ่มสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าไปอีกมากมาย นอกจากสิทธิขั้นพื้นฐาน ก็มีสิทธิร่วมกันเสนอกฎหมาย และสิทธิในการตรวจสอบอำนาจรัฐและนักการเมือง เป็นต้น สำหรับมาตรา 68 เดิมให้สิทธิประชาชนพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และป้องกันคนชั่วเข้ามาในระบบการเมือง ซึ่งประชาชนสามารถทำได้ 2 ทาง คือ เสนอให้อัยการสูงสุด และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

“วันนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 ที่กำลังเสนอเข้ามาได้ตัดช่องทางที่ 2 คือ ไม่ให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธณรมนูญได้โดยตรง ทำได้แค่เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดเท่านั้น ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสิทธิประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐและนักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง และทำให้ประชาธิปไตยของเราที่เดินหน้าไปแล้วกลับถ้อยหลังมาอีก จึงไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว”นพ.สุกิจ กล่าว

ส่วนการแก้ไขมาตรา 190 ถือเป็นมาตราสำคัญของประเทศ เพราะเสนอบทบัญญัติการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ ซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องดังกล่าวกลับถูกตัดออกทั้งหมดในวรรคสามและวรรคสี่ ซึ่งต่อจากนี้เมื่อรัฐบาลไปทำสัญญากับต่างประเทศ ก็ไม่ต้องถามความเห็นประชาชน

สำหรับเรื่องที่มาสว. รัฐธรมนูญ 50 กำหนดให้มีที่มา 2 ทาง คือ เลือกตั้งและสรรหา โดยให้ดำรงตำแหน่ง 6 ปี เป็นแล้วเป็นซ้ำไม่ได้ต้องเว้นวรรค แต่การแก้ไขครั้งนี้ได้เปลี่ยนเป็นการเลือกตั้งทั้งหมด จำนวนเพิ่มขึ้นจาก 150 มาเป็น 200 คน ที่สำคัญดำรงตำแหน่งเลือกตั้งต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค

อย่างไรก็ดี เมื่อสรุปบทบาทหน้าที่อำนาจของสว.ตามรัฐธรรมนูญ 50 ได้ 4 ข้อ คือ 1.กลั่นกรองกฎหมาย 2.ควบคุมการทำงานของรัฐบาล 3.พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งต่างๆตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และ4.ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูงออกจากตำแหน่ง เมื่อดูแล้วต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมาจากหลากหลายอาชีพ เพื่อมาทำงานกลั่นกรองกฎหมาย

ดังนั้น อยากถามว่าถ้ามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด สามารถจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้หรือไม่ อีกทั้ง สว.เลือกตั้งต้องยึดโยงกับประชาชนมากกว่าสว.สรรหา แต่ถ้าดูอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าให้น้ำหนักยึดโยงน้อยกว่าความรู้ความสามารถด้านการศึกษา จึงไม่มั่นใจต่การแก้มาตราดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท