posttoday
วิพากษ์โพล(จบ)

วิพากษ์โพล(จบ)

02 เมษายน 2556

โดยที่การทำโพลเป็นการทำวิจัยอย่างหนึ่ง ดังนั้นการทำโพลจะมีคุณภาพดีและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งแก่วงวิชาการ ซึ่งรวมทั้งผู้ทำโพลเองและต่อประชาชน จำเป็นต้องทำไปบนพื้นฐานจริยธรรม คือจริยธรรมหรือจรรยาบรรณการวิจัย ทั้งนี้แม้ผู้ทำโพลจะถือว่าการทำโพลเป็นเพียง “การสำรวจ” หรือ “ติดตาม” ตามปกติ มิใช่การวิจัย ก็จำเป็นต้องทำไปบนพื้นฐานจริยธรรมเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะประสบปัญหานำไปสู่ความเสื่อม เพราะจะขาดความไว้วางใจจากสาธารณชน

โดยที่การทำโพลเป็นการทำวิจัยอย่างหนึ่ง ดังนั้นการทำโพลจะมีคุณภาพดีและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งแก่วงวิชาการ ซึ่งรวมทั้งผู้ทำโพลเองและต่อประชาชน จำเป็นต้องทำไปบนพื้นฐานจริยธรรม คือจริยธรรมหรือจรรยาบรรณการวิจัย ทั้งนี้แม้ผู้ทำโพลจะถือว่าการทำโพลเป็นเพียง “การสำรวจ” หรือ “ติดตาม” ตามปกติ มิใช่การวิจัย ก็จำเป็นต้องทำไปบนพื้นฐานจริยธรรมเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะประสบปัญหานำไปสู่ความเสื่อม เพราะจะขาดความไว้วางใจจากสาธารณชน

ในประเทศไทย คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้ประกาศจรรยาบรรณนักวิจัยพร้อมแนวทางปฏิบัติ “เพื่อให้เป็นข้อพึงสังวรทางคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงานวิจัยของนักวิจัย ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของนักวิจัยอันจะนำไปสู่การยอมรับของสังคมนักวิจัยทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ” โดยออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ประกอบด้วยหลักจรรยาบรรณ 9 ข้อ ขอยกมาเพื่อเป็น “ข้อพึงสังวร” สำหรับผู้ทำวิจัยและให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างสำหรับประชาชนทั่วไป ดังนี้

ข้อ 1 นักวิจัยต้องมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ

ข้อ 2 นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัย ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและหน่วยงานที่ตนสังกัด

ข้อ 3 นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย

ข้อ 4 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต

ข้อ 5 นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย

ข้อ 6 นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย

ข้อ 7 นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ

ข้อ 8 นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น

ข้อ 9 นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ

จรรยาบรรณแต่ละข้อมีคำอธิบายและแนวทางปฏิบัติขยายความไว้ ยกตัวอย่างเช่น ข้อ 9 มีคำอธิบายขยายความว่า “นักวิจัยพึงมีจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังสติปัญญาในการทำวิจัย เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อความเจริญและประโยชน์สุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ”

ในส่วนแนวทางปฏิบัติของจรรยาบรรณข้อ 9 ได้กำหนดไว้ 3 ข้อ ดังนี้

1) นักวิจัยพึงไตร่ตรองหาหัวข้อการวิจัยด้วยความรอบคอบ และทำวิจัยด้วยจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังปัญญาของตนเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อความเจริญของสถาบันและประโยชน์สุขของทุกคน

2) นักวิจัยพึงรับผิดชอบในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการเพื่อความเจริญของสังคม ไม่ทำวิจัยที่ขัดกับกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน

3) นักวิจัยพึงพัฒนาบทบาทของตนให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น และอุทิศเวลา น้ำใจ กระทำการส่งเสริม พัฒนาความรู้ จิตใจ พฤติกรรมของนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีส่วนสร้างสรรค์ความรู้แก่สังคมสืบไป

อันที่จริงการทำโพลต้องสอบถามข้อมูลจากคน จึงเข้าข่ายเป็น “การศึกษาวิจัยในคน” นอกจากจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณนักวิจัยทั่วไปแล้ว ยังต้องปฏิบัติตาม “หลักจริยธรรมการวิจัยในคน” ด้วย หลักดังกล่าวประกอบด้วย 1) การเคารพในศักดิ์ศรี (Dignity) สิทธิ (Rights) ความปลอดภัย (Safety) และสุขภาวะ (Wellbeing) ของคนที่เป็น “อาสาสมัครวิจัย” ซึ่งในที่นี้คือผู้ให้ข้อมูล (Informant) 2) มีการประเมินประโยชน์และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม และ 3) จะต้องดำเนินการวิจัยอย่างยุติธรรม (Justice)

หลักทั้งสามข้อนี้เป็นหลักการสากลซึ่งพัฒนามาจาก “จรรยาบรรณหรือจริยธรรม” ในการประกอบวิชาชีพของแพทย์ ซึ่งมีกำเนิดและพัฒนามาจาก “คำปฏิญาณของฮิปโปเครติส” (Hippocratic Oath) ของนายแพทย์ฮิปโปเครติส แพทย์ชาวกรีกเมื่อสมัย 2,500 ปีมาแล้ว ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์” (Father of Medicine) จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์หรือจรรยาแพทย์ดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วิชาชีพแพทย์เจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้

นอกจากการพัฒนาทางวิชาการแล้ว วิชาชีพแพทย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความยอมรับนับถือและไว้วางใจอันสนิทจากประชาชน ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าวิชาชีพและอาชีพต่างๆ ล้วนต้องมีจรรยาบรรณกำกับ การทำโพลก็ไม่มีข้อยกเว้น

ข้อสำคัญ ตามหลักจริยธรรมการวิจัยในคน โครงการวิจัยจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวถูกต้องทั้งหลักวิชาการและหลักจริยธรรม เพื่อป้องกันมิให้นำคนมาทำการวิจัยโดยไม่เกิดประโยชน์ หรือเกิดโทษ

น่าสงสัยว่า สำนักโพลต่างๆ ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องจรรยาบรรณเหล่านี้มากน้อยเพียงใด การที่มีคนทำโพลบางคนออกมาพูดว่า ผลโพลผิดเพราะคนกรุงเทพฯ “ปากไม่ตรงกับใจ” และมีความผิดหรือบาปที่หลอกนักศึกษาที่ไปสอบถามข้อมูล สะท้อนปัญหาจรรยาบรรณของคนทำโพลสำนักนั้นอย่างชัดแจ้ง

ผลโพลคราวนี้ นอกจากสำนักต่างๆ จะออกมา “แก้ตัว” แล้ว ส่วนใหญ่ยอมรับความผิดพลาด โดยเฉพาะสวนดุสิตโพล ออกมายอมรับว่าผิดพลาดทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกตัวอย่าง การเก็บข้อมูล การแปลผล การสรุปและรายงาน

น่าสังเกตและน่าเป็นห่วงว่าไม่มีสำนักไหนเน้นเรื่องจรรยาบรรณของการทำโพลเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท