posttoday
อย่าซ่อนเงื่อน

อย่าซ่อนเงื่อน

02 เมษายน 2556

ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สส.ฝ่ายรัฐบาล และ สว.จำนวนหนึ่ง ใน 3 ประเด็น ได้ก่อให้คำถามว่าการแก้ไขดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เหตุผลที่แท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงหรือไม่ เพราะบางมาตราที่เสนอให้มีการแก้ไขนั้น เป็นการลดอำนาจของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 เช่น มาตรา 190 เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบการทำสัญญาทุกฉบับที่รัฐบาลจะไปทำกับนานาชาติ ซึ่งจะมีผลผูกพันกับคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงควรมีสิทธิที่จะรับรู้และมีส่วนร่วมในการตัดสินต่อการทำข้อตกลงต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน

ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สส.ฝ่ายรัฐบาล และ สว.จำนวนหนึ่ง ใน 3 ประเด็น ได้ก่อให้คำถามว่าการแก้ไขดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เหตุผลที่แท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงหรือไม่ เพราะบางมาตราที่เสนอให้มีการแก้ไขนั้น เป็นการลดอำนาจของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 เช่น มาตรา 190 เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบการทำสัญญาทุกฉบับที่รัฐบาลจะไปทำกับนานาชาติ ซึ่งจะมีผลผูกพันกับคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงควรมีสิทธิที่จะรับรู้และมีส่วนร่วมในการตัดสินต่อการทำข้อตกลงต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยก็คือ จากบทบาทการทำหน้าที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามคำขวัญที่ว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ซึ่งได้สร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในสังคมว่าการออกมาเคลื่อนไหวหลายๆ ครั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีความคาบเกี่ยวกับการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดความไม่ไว้วางใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 นั้น มีส่วนในการเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ความไม่ไว้วางใจเหล่านี้จึงเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว

ประเด็นถัดมาก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 โดยถูกซุกไว้ในร่างแก้ไขมาตรา 237 เรื่องการตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคและการยุบพรรค ซึ่งจากเดิมให้อำนาจประชาชนสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากพบการกระทำที่ส่อว่าจะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะที่ร่างที่เสนอให้มีการแก้ไขมานั้น กำหนดให้ประชาชนต้องยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้อำนาจการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นดุลพินิจของอัยการสูงสุด ซึ่งเท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน

ประเด็นสุดท้ายเสนอให้ยกเลิกการสรรหา สว. โดยกำหนดให้ สว.มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เป็นการแก้ไขด้วยความบริสุทธิ์ใจ หรือเป็นเพราะ สว.สรรหา มักจะเห็นต่างกับรัฐบาลในหลายๆ เรื่อง คำถามทั้งหมดนี้ หากรัฐบาลยังไม่สามารถตอบให้เกิดความกระจ่างได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเงื่อนไขทางการเมือง และจะนำมาซึ่งความวุ่นวายในบ้านเมืองอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท