
ค่านิยม"พ่อ-อม่"ฝังหัวดัน แป๊ะเจี๊ยะ ราคาพุ่ง
“แป๊ะเจี๊ยะ” หรือเงินกินเปล่า เป็นเรื่องที่ถูกนำมาพูดถึงในช่วง เดือน เม.ย. และ พ.ค.ของทุกปี
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
“แป๊ะเจี๊ยะ” หรือเงินกินเปล่า เป็นเรื่องที่ถูกนำมาพูดถึงในช่วง เดือน เม.ย. และ พ.ค.ของทุกปี เพราะเป็นช่วงการรับนักเรียนใหม่ โรงเรียนการแข่งขันสูงหรือโรงเรียนดัง มักจะเป็นเป้าหมายที่ผู้ปกครองเลือกหรือไว้ใจให้เป็นที่เล่าเรียนของบุตรหลาน ตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยมศึกษา
ตราบใดที่ผลการสอบวัดในระดับต่างๆ เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตของโรงเรียนในกลุ่มดังกล่าวยังมีผลคะแนนสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป ค่านิยมโรงเรียนและวงจรการเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะก็จะยังคงอยู่
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงทั่วประเทศ โดยให้โรงเรียนกลุ่มนี้แบ่งรับนักเรียนเป็น “เขตพื้นที่บริการ” และ “นักเรียนทั่วไป” แบบพบกันครึ่งทาง คือ ไม่เกิน 50% โดย 50% แรก กำหนดให้จับสลากและดูผลคะแนนโอเน็ตนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ และ 50% หลังสำหรับนักเรียนทั่วไป ดูจากผลสอบและคะแนนโอเน็ต
โดยปกติขั้นตอนการสอบแข่งขันและจับสลากนั้น ปิดทางการจ่ายแป๊ะเจี๊ยะเพราะมีหลักฐานเรื่องคะแนนจากผลสอบที่ตรวจสอบได้ ขณะที่การจับสลากก็ต้องประกาศชื่อทันที
อย่างไรก็ตาม หากชวดเข้าโรงเรียนดังจากทั้งสองกรณี ก็ยังพอมีทางเลือก หรือช่องทางพิเศษ สำหรับผู้ปกครองที่มีเส้นสายใช้เป็นใบเบิกทาง นั่นก็คือการจ่ายเงินแลกที่นั่งเรียน
คมเทพ ประภายนต์ สมาชิกภาคีเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา ระบุว่า แม้ทุกปี สพฐ. จะประกาศห้ามรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับที่นั่งเรียน หรือกระทั่งกำหนดชัดเจนว่า ที่นั่งเรียนสำหรับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มได้โควตาพิเศษ จะต้องประกาศข้อกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจน เช่น เป็นบุตรหลานของผู้มีคุณูปการต่อโรงเรียน โควตาความสามารถพิเศษด้านต่างๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรือไม่มีใครรับรองได้ว่ายังมีโรงเรียนที่ใช้ช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะเก้าอี้โควตาเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะ
“จากเดิมโรงเรียนดังบางแห่งเคยเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะต่ำสุดที่ 35 หมื่นบาท ปีนี้อาจจะเพิ่มขึ้นถึง 78 หมื่นบาท ไปจนถึงตัวเลข 6 หลัก โดยขบวนการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะรู้ดีว่าการแข่งขันเข้าโรงเรียนกลุ่มนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และจะเริ่มวิ่งเต้นกับโรงเรียน เพื่อดูว่ามีที่นั่งเรียนเท่าไหร่ ที่ผ่านมาทางภาคีฯ เคยร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อร่วมตรวจสอบเก็บข้อมูลจากโรงเรียนที่ถูกอ้างชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะใด พบว่าโรงเรียนดังบางแห่งมีที่นั่งเรียนเหลือจากการขยายห้องเรียนเกือบ 100 คน สันนิษฐานว่าเป็นจำนวนที่นั่งที่เตรียมไว้เรียกรับ แป๊ะเจี๊ยะ” คมเทพ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีอีกแนวทางหนึ่ง คือ รอให้เปิดเทอมก่อนแล้วจึงค่อยฝากเข้าเพราะไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องฝากเด็กช่วงเปิดเทอม โรงเรียนก็ให้เหตุผลว่าเด็กต้องมีที่เรียน ผู้ปกครองเลือกเส้นทางนี้ อาจจะยอมให้บุตรหลานเรียนที่อื่นแล้วค่อยย้ายภายหลังโดยอ้างว่าย้ายตามผู้ปกครอง ตัวเลขเด็กกลุ่มนี้แต่ละปีจะไม่สูงมาก เพราะเข้าไปได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากตัวเลขพุ่งสูงก็จะตกเป็นเป้าสายตา
สมาชิกภาคีเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษาผู้นี้ ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่แป๊ะเจี๊ยะจะหายไปจากแวดวงการศึกษา หากยังไม่มีมาตรการการจัดการที่ชัดเจน เป็นรายได้ที่มีอัตราที่ขยับขึ้นทุกปีอย่างน้อยปีละ 20% และที่ผ่านมายังไม่มีการลงโทษโรงเรียนหรือกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดเป็นคดีตัวอย่างได้เลย ส่วนผู้ปกครองก็ยังยินดีจ่ายเงินหากมีกำลังจ่ายและเล็งเห็นว่าเป็นช่องทางที่ได้ประโยชน์
...ตราบใดที่รัฐยังล้มเหลวในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะก็ยังคงมีอยู่ และยิ่งถ่างช่องว่างโอกาสทางการศึกษาให้ขยายใหญ่ออกไปเรื่อยๆ...







