posttoday
โต้งมั่นใจกม.กู้2ล้านล้านผ่าน3วาระรวด

โต้งมั่นใจกม.กู้2ล้านล้านผ่าน3วาระรวด

02 เมษายน 2556

คลัง มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ผ่านสภา 3 วาระรวด ใน ส.ค.นี้

คลัง มั่นใจ ดัน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ผ่านสภา 3 วาระรวด ใน ส.ค.นี้

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... ว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสภาในวาระที่ 1 ไปแล้ว โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีตนเป็นประธาน และร่วมด้วย สส. สว. ฝ่ายค้านและผู้ทรงคุณวุฒิ เชื่อว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 30 วัน ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาในวาระ 3 ต่อไป

นายกิตติรัตน์ ยังยืนยันว่า กระทรวงการคลังจะไม่พิจารณาขึ้นภาษีใดๆ รวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนี้ ในส่วนของแนวทางการกู้เงินนั้น รัฐบาลจะยังเน้นการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก โดยในส่วนของธนาคารออมสินซึ่งมีเงินทุนสำรองสูงถึง 1 แสนล้านบาทนั้น ก็เชื่อว่าจะเป็นเงินทุนอีกส่วนหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลเพื่อใช้ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทครั้งนี้ด้วย


ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันที่ 2 เม.ย. คณะกรรมาธิการจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นวาระที่ 2 โดยจะมีการพิจารณาถึงรายละเอียดของแต่ละโครงการที่บรรจุอยู่ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ความจำเป็นและเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

“หลัก ๆ คณะกรรมาธิการจะพิจารณาถึง 3 ยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นกรอบที่รัฐบาลได้เสนอไว้ในกฎหมายดังกล่าว โดยจะมีการดูในรายละเอียดในเชิงลึก ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายโครงการ ถึงความจำเป็น ความสำคัญและความเหมาะสมในทุกส่วน” นายอารีพงศ์ กล่าว

นายอารีพงศ์ กล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวน่าจะแล้วเสร็จก่อนการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2557 โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมในการหยิบยกโครงการที่มีความจำเป็นและสำคัญในการลงทุนขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งจะดูเรื่องการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนจะเสนอให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา ดูความพร้อมอีกขั้นหนึ่ง หากผ่านความเห็นชอบในส่วนนี้สามารถลงมือก่อสร้างได้ทันที

ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2556 รัฐบาลจะสามารถเบิกจ่ายเงินลงทุนตาม พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ได้ประมาณ 34 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะใช้ในเรื่องการจ้างที่ปรึกษาโครงการ การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นต้น และคาดว่าจะเริ่มทยอยเบิกจ่ายได้เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี 2557 ประมาณ 1 แสนล้านบาท

ขณะที่ความคืบหน้าของ พ.ร.บ. กู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการสรุปความชัดเจนของโครงการที่จะลงทุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. นี้ และจะเริ่มเบิกจ่ายเงินล็อตแรกได้ทันที 3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งในปีคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายเงินตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวได้ราว 4 หมื่นล้านบาท และปี 2557 อีกราว 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเร่งเบิกจ่ายวงเงินลงทุนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี

“พ.ร.บ. กู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังต้องเร่งทำสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินให้เสร็จสิ้นทั้งหมดภายในเดือน มิ.ย. นี้ และจะมีการทยอยเบิกจ่ายตามความต้องการใช้และโครงการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยทั้งหมดจะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี” นายอารีพงศ์ กล่าว

โพสต์ทูเดย์ กิตติรัตน์ ยัน คลังไม่คิดขึ้นแวต 1% หาเงินใช้หนี้ 2 ล้านล้านบาท มั่นใจจีดีพีโต จัดเก็บรายได้ตามเป้า 2.1 ล้านล้าน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวปฎิเสธเรื่องการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) อีก 1% ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือ สศค. ไม่เสนอรายงานแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้พิจารณา และเห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ 2 ล้านล้านบาท โดยมองว่าการลงทุนดังกล่าวจะทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ขยายตัว และส่งผลให้การจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้หากคิดจากกรอบการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ใน 7 ปี เท่ากับมีการลงทุนเพิ่มเฉลี่ยปีละ 3 4 แสนล้านบาท ขณะที่จีดีพีปัจจุบันอยู่ที่ 12 ล้านล้านบาท ซึ่งถ้านับรวมจีดีพีในประเทศตลอด 7 ปี จะมีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านล้านบาท

นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ในอาเซียนสิงค์โปร์เก็บแวตต่ำที่สุด ส่วนอัตราของไทยที่ 7% ก็ถือว่าต่ำ แต่มั่นใจว่าเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะดูจากรายรับยังดีอยู่ ปีก่อนเห็นชัดว่ารายรับเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขยายตัว แม้อัตราภาษีไม่เพิ่มสะท้อนจากประสิทธิภาพการจัดเก็บที่สูงขึ้น ในทางกลับกันการลดภาษีทำให้คนมีกำลังจ่ายภาษี และเข้ามาในระบบภาษีมากขึ้น ไม่อยากให้คิดว่าเมื่อมีการใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทแล้ว จะทำให้รายรับจะไม่พอ

สำหรับการจัดเก็บรายได้ใน 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ต้องรอดูการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคลลธรรมดาในเดือน เม.ย. และภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงกลางปีนี้ เบื้องต้นมั่นใจว่าการจัดเก็บรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท ดังนั้นจึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นภาษีตัวใด เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ เพราะรายได้ที่มีอยู่เพียงพอต่อการชำระหนี้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท