posttoday
"รัฐธรรมนูญ" แก้ได้แต่อย่ากระทบสิทธิ ปชช.

"รัฐธรรมนูญ" แก้ได้แต่อย่ากระทบสิทธิ ปชช.

01 เมษายน 2556

ศึกการแก้รัฐธรรมนูญกำลังจะเริ่มยกในวันนี้ หลังจากในยกแรกพรรคเพื่อไทยไม่สามารถแก้ไขมาตรา 291 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ศึกการแก้รัฐธรรมนูญกำลังจะเริ่มยกในวันนี้ หลังจากในยกแรกพรรคเพื่อไทยไม่สามารถแก้ไขมาตรา 291 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้ามายกร่างใหม่ทั้งฉบับได้ เพราะเจอทางตันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จึงเบนเข็มมาสู่การแก้ไขเป็นรายมาตราแทน

โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ผนึกกำลังกับ สว.เลือกตั้งและสรรหาบางส่วน เพื่อเสนอปรับปรุงกฎหมายสูงสุดใน 3 ประเด็นด้วยกัน

1.ยกเลิกโทษตัดสิทธิกรรมการบริหารและยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 237 พร้อมกับเพิ่มความชัดเจนให้อัยการสูงสุด มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองคดียุบพรรคตามมาตรา 68 ไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องได้โดยตรง

2.ยกเลิกการสรรหา สว.และให้ สว.มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นจำนวน 200 คน และ 3.กำหนดให้มี พ.ร.บ.กำหนดประเภทหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ได้นำมาซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองเป็นอย่างมาก มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนมีความกังวลว่าจะนำมาสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ตระกูล มีชัย อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการจัดการอำนาจกันระหว่าง สส.สว. โดยให้ สว.สอดรับในเรื่องต้องการแก้ไขมาตรา 190 และ 237 และพ่วงด้วยมาตรา 68 แต่ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่การแก้มาตรา 190

“เจตนารมณ์ของมาตรา 190 ต้องการให้ตรวจสอบฝ่ายบริหารถึงการดำเนินการใดซึ่งเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ว่าทำไปแล้วเกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดหรือไม่ หากไปแก้ไขในมาตราดังกล่าว โดยอ้างเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่เมื่อไปเจรจาหรือเซ็นข้อตกลงใดที่ส่งผลเสียต่อประเทศ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ไม่ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้ หากรัฐบาลมีความรับผิดชอบเพียงพอ”

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มองการแก้ไขมาตรา 68 ว่า เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อพบการกระทำผิด แม้รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ได้กำหนดเรื่องดังกล่าว แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดทางให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตัวเองได้ จึงเป็นเรื่องที่รัฐควรส่งเสริมสิทธิของประชาชน อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับการยกเลิกโทษยุบพรรคการเมือง โดยควรเพิ่มระบบหรือมาตราการรุนแรง เพื่อเข้ามาจัดการกับนักการเมืองที่กระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ยังไม่ใช่ประเด็นจุดชนวนปัญหาทางการเมือง เมื่อเทียบกับเรื่องร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และเป็นเพียงเกมเพื่อหยั่งกระแสทางการเมืองมากกว่า” ตระกูล สรุป

ขณะที่ สุจิต บุญบงการ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า มาตรา 190 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับงานด้านต่างประเทศ แต่ถ้าคิดจะแก้ประเด็นนี้ ก็ควรทำให้ชัดเจนว่ากรอบการเจรจาระหว่างประเทศลักษณะใดบ้างที่สมควรให้รัฐสภาพิจารณา ส่วนการแก้ไขที่มา สว.จากระบบสรรหาและระบบเลือกตั้งมาเป็นการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว คิดว่าไม่สมควรไปแก้ไข โดยเกรงว่าถ้าให้บุคคลสามารถดำรงตำแหน่งได้ต่อเนื่อง จะนำมาซึ่งการสะสมอำนาจทางการเมือง

“เสรี สุวรรณภานนท์” รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มีมุมมองต่อความพยายามแก้ไขที่มา สว.ว่า อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่าได้อย่างเสียอย่างและไม่มีอะไรดีทั้งหมดหรือเสียทั้งหมด เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มา สว.มาจากอยากให้วุฒิสภามี สว.จากผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลายและรอบด้าน เพราะหากให้มาจากการเลือกตั้งวุฒิสภาอาจไม่ได้บุคคลจากหลายวิชาชีพ แต่จะได้เฉพาะนักเลือกตั้งเท่านั้น แต่ระบบลูกผสมก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย โดยอีกด้านหนึ่งย่อมมองได้ว่าไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนเท่าที่ควร

“ระบบเลือกตั้ง 100% แน่นอนว่า สว.ระบบนี้ ย่อมหนีไม่พ้นการอิงกับพรรคการเมือง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนของพรรคการเมืองทั้งหมด หรือต่อให้มี สว.จากเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน ก็ไม่สามารถแก้ไขความแตกแยกในวุฒิสภาได้ เพราะถึงอย่างไรการแบ่งกลุ่มก๊วนก็เกิดขึ้นอยู่ดี ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจากการเลือกตั้ง สว.ตามรัฐธรรมนูญ 2540” อดีต สว.กทม. ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท