
อากาศร้อนจัดไฟสำรองวูบ
ปริมาณใช้ไฟสูงสุดมาเร็วกว่าที่คาดกฟผ.ย้ำให้คนไทยประหยัด
ปริมาณใช้ไฟสูงสุดมาเร็วกว่าที่คาดกฟผ.ย้ำให้คนไทยประหยัด
อากาศร้อนจัด คนไทยใช้ไฟกระฉูด ฉุดสำรองไฟ 5 เม.ย. วูบ 300 เมกะวัตต์ กฟผ.วอนประหยัดไฟ
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.ปรับตัวเลขคาดการณ์ปริมาณสำรองไฟฟ้าในวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่พม่าจะหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ โดยลดคาดการณ์ไฟสำรองลง 300 เมกะวัตต์ เหลือ 1,600 เมกะวัตต์ เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) เกิดเร็วขึ้น อยู่ที่ 26,430 เมกะวัตต์ ทำลายสถิติของปี 2555 เป็นสัญญาณว่าโอกาสที่จะเกิดไฟพีกอีกหลายครั้ง
ทั้งนี้ ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงสุดในวันที่ 5 เม.ย. เป็น 2.66 หมื่นเมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้กำหนดไว้ที่ 2.63 หมื่นเมกะวัตต์ ภายใต้อุณหภูมิ 40 องศา แต่ กฟผ.เชื่อว่าจะไม่เกิดวิกฤตพลังงาน เนื่องจากสำรองไฟฟ้าที่ระดับ 1,600 เมกะวัตต์ ยังสูงกว่าปริมาณสำรองไฟมาตรฐานที่ปกติกำหนดไว้ 1,200 เมกะวัตต์
“แม้สำรองไฟในวันที่ 5 เม.ย. จะลดลงจากที่คาดการณ์ความต้องการใช้ไฟที่จะสูงขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐาน คิดว่าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกันประหยัดไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพราะในอนาคตเชื่อว่าไฟพีกจะปรับเพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 2.82.9 หมื่นเมกะวัตต์ ในขณะที่ปี 2556 คาดไฟพีกสูงสุดจะอยู่ที่ 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ ช่วงปลายเดือน เม.ย.” นายสุทัศน์ กล่าว
นายสุทัศน์ กล่าวอีกว่า สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเป็นการส่งสัญญาณว่าการใช้ไฟฟ้าในอนาคตจะสูงขึ้น สิ่งที่จะต้องดำเนินการคือการจัดหาเชื้อเพลิงอื่นที่ราคาถูกเพื่อมาผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติ เนื่องในระยะยาวแหล่งก๊าซจากอ่าวไทยหมด ทำให้เราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ราคาแพงกว่ามาผลิตไฟฟ้า และจะกดดันให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นจากหน่วยละ 3 บาท เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย
สำหรับแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าปี 2556 จะขยายตัว 45% ตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ การใช้ไฟมีอัตราเติบโต 4%







