
มาฆบูชาร่วมอนุโมทนากับชาวพุทธในอินเดีย(ตอน ๑๙)
....พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบอาราธนาพระอาจารย์ ช่วยกรุณาเล่าเรื่องผลความสำเร็จของการจัดงานมาฆบูชาโลกในประเทศอินเดีย และมุมมองใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อันควรแก่การศึกษาตามที่ปรากฏในบทความ สว่าง ณ กลางใจ ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์...
วิสัชนา : เมื่อเข้าใจหลักนิยามหรือกฎธรรมชาติอันเป็นไปในรูปลักษณะของ
“ธรรมนิยาม” ก็ย่อมจะนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องของกรรม อันมีวิบากเป็นผลและมีกิเลสเป็นเหตุให้นำไปสู่การกระทำที่เรียกว่า ไตรวัฏฏะ ได้แก่ กิเลสกรรม และวิบาก ซึ่งปรากฏมีอยู่ในวงจรความเป็นธรรมดา ซึ่งเคลื่อนตัวไปในรูปแบบปัจจัยสัมพันธ์ที่แสดงให้เห็นเป็นไปตามเจตจำนง ซึ่งสามารถนึกคิดปรุงแต่งในทางสร้างสรรค์ก็ได้ ในทางไม่สร้างสรรค์ก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามวิสัยของบุคคลนั้นๆ ที่สามารถปรุงแต่งเสกสรรบันดาลให้เกิดการเคลื่อนไหวให้เป็นไปซึ่งอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ อันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยที่เรียกส่วนดังกล่าวว่า “กรรมนิยาม” ซึ่งแสดงให้เห็นบทบาทอันสำคัญในเจตนาหรือเจตจำนงอันสามารถบันดาลให้เกิดผลต่างๆ ได้จากการกระทำตามเจตนาของบุคคล ซึ่งมีผลต่อวิถีชีวิตและชะตากรรมของบุคคลผู้กระทำตามเจตนานั้นๆ ซึ่งเป็นหลักที่กล่าวว่าด้วยเรื่องของ
“กฎแห่งกรรม” หรือจัดอยู่ในส่วนของ “กรรมนิยาม” ซึ่งแสดงอำนาจอิทธิฤทธิ์ของตัวเจตจำนงของบุคคล เป็นแกนนำในการปรุงแต่งชีวิตของแต่ละบุคคลเป็นเครื่องกำหนดแนวทางของสังคม ซึ่งสามารถแสดงความสร้างสรรค์หรือทำลายก็ได้ ซึ่งเจตจำนงหรือเจตนาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในหลักธรรมที่กล่าวว่า
“เจตนาเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงกรรม” และกล่าวประชุมโดยรวมว่า “สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม กมฺมุนา วตฺตตี โลโก” กรรมจึงกลายเป็นหลักสอนอันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่ควรศึกษาอย่างยิ่งโดยเฉพาะในรูปของ “กรรมนิยาม” ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจอย่างชัดเจนในความหมายของคำว่า “ธรรมจัดสรร” ที่มักจะกล่าวเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ตามหลักการกระทำให้เป็นไปตามผลกรรมซึ่งแสดงในรูปของตัวเจตนารมณ์อ่านต่อฉบับหน้า







