
เทพไทแฉทักษิณกลัวอุบัติเหตุการเมือง
เทพไทแฉทักษิณเร่งผ่านร่างเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทชำเรารธน.ดันนิรโทษกรรม ให้เสร็จสมัยประชุมนี้
เทพไทแฉทักษิณเร่งผ่านร่างเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทชำเรารธน.ดันนิรโทษกรรม ให้เสร็จสมัยประชุมนี้
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้สังคม จับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ภายใต้การบงการของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กำลังเดินเกมทางการเมืองรวบรัดในลักษณะได้คืบจะเอาศอก หลังจากเห็นว่าสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ได้อย่างสะดวก มีการเร่งบรรจุร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 3 ฉบับเข้าสู่รัฐสภา และเชื่อว่าบันไดขั้นที่สาม ที่จะเดินต่อไปคือ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้เสร็จสิ้นภายในสมัยประชุมนี้ เพราะดูท่าทีของส.ส.ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่พยายามที่จะใช้เอกสิทธิ์ส่วนตัว เลื่อนวาระเรื่องขึ้นมาโดยใช้วิธีการลักไก่ ให้สมาชิกรัฐบาลสนับสนุนให้มีการเลื่อนวาระขึ้นมา
นายเทพไท กล่าวต่อว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ร่าง เป็นการเสนอ ที่เจ้าเล่ห์ และน่าละอายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการยืมมือการเล่นระหว่างส.ส.และส.ว.โดยให้ส.ว.เสนอแก้รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของส.ส. และให้ส.ส.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์กับส.ว. จึงขอเรียกว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ ผลัดกันเกาหลัง” ซึ่งมีความพยายามที่จะเร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จ โดยมีข้อสังเกต คือให้ประธานสภาเรียกประชุม 3 ฉบับทันที และมีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบ่งออก 3คณะ ทั้งๆที่ ในอดีตที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการเพียงชุดเดียว ซึ่งทางนายใหญ่อาจเห็นว่า การตั้งชุดเดียวพิจารณา 3 ร่างอาจเสียเวลามากเกินไป และมีการออกคำสั่งภายใน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ให้กรรมาธิการทุกคณะที่พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกต ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เร่งรัดการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้เสร็จภายในสมัยประชุมนี้ว่ามาจาก 3 ปัจจัย คือ 1 ทักษิณไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมือง อาจมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหลัง ป.ป.ช.ชี้มูลโดยมี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกสำรอง 2 เห็นว่าฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณยังอ่อนแอรวมตัวไม่ติด จึงรีบผลักดันสามเรื่องนี้ออกมา 3 เป็นไปได้หรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการถอนทุนคืนจากเงินที่ถูกศลฎีกาฯยึดทรัพย์ไป 4.6 หมื่นล้านบาทและต้องการกลับบ้านโดยเร็วจึงเร่งรัดให้จัดการสามเรื่องให้เสร็จในสมัยประชุมนี้ และเป็นการส่งสัญญาณว่าที่จะมีการปิดสมัยประชุม 20 เม.ย.นี้ แต่ภารกิจไม่เสร็จอาจมีการขยายสมัยประชุมออกไปโดยไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนที่เกิดขึ้นในสมัยที่แล้ว
นายเทพไท ยังได้กล่าวฝากถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ที่จะต้องทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ให้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และขอตั้งข้อสงสัยในการทำหน้าที่ของนายนิคมที่แสดงความเห็นทางการเมือง ต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ดำรงสถานะความเป็นกลางทางการเมือง แต่แสดงความเห็นสอดรับกับการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย
“จึงอยากเรียกร้องถึงประธานวุฒิสภาว่าถ้าไม่สามารถดำรงความเป็นกลางได้ก็ไม่ควรทำหน้าที่และเรียกร้องถึงนายสมศักดิ์ด้วยว่าควรเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาที่เห็นต่างกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ไม่ควรมีการหลิ่วตาให้พรรคพวก เพื่อนพ้อง ขึ้นมาขัดจังหวะ หรือประท้วงจนเสียบรรยากาศการอภิปราย และเชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญซึ่งจะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความจริงใจก็ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าควรจะถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างการลงมติในวาระสามออกจากวาระการประชุมไป เพราะเป็นโอกาสดีที่มีการประชุมร่วมของสมาชิกรัฐสภาก่อนที่จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้ง 3 ฉบับ” นายเทพไท กล่าว







