
'เหลือง-แดง'ต้องสู้ประเด็นอื่นบ้าง
แรงตื่นตัวของภาคประชาชนต่อวิกฤตการเมืองไทยพุ่งพรวดทวีคูณในช่วง 5-6 ปี หลังรัฐประหารปี 2549
แรงตื่นตัวของภาคประชาชนต่อวิกฤตการเมืองไทยพุ่งพรวดทวีคูณในช่วง 5-6 ปี หลังรัฐประหารปี 2549
โดยเฉพาะกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส.ศิวรักษ์ วิเคราะห์ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของมวลชนที่สอดรับกับพรรคการเมืองอย่างเข้มข้น
นักวิพากษ์สังคมผู้นี้ เสนอว่า ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนถึงเเม้จะอยู่ในขอบข่ายของการเมืองควรขยายกรอบการต่อสู้กับปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และเป็นฝ่ายเข้าหามวลชนระดับล่างอย่างถ่องแท้มากกว่าจำกัดกรอบการต่อสู้ที่ยึดติดกับพรรคการเมืองเป็นหลัก
“การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องดี ในแง่หนึ่งเขารวมตัวกันท้าทายกับอำมาตย์เป็นสิ่งถูกต้อง อำมาตย์เป็นระบบที่ฉ้อฉลมาก แต่ข้อเสียคือเสื้อแดงอยู่ใต้ทักษิณมากเกินไป แต่ผมก็รู้จักเสื้อแดง หลายคนแดงที่ไม่เอาทักษิณ หรือแม้แต่คนที่ชอบทักษิณเขาก็พูดเลยว่าถ้าไม่มีทักษิณ เขาก็ไม่มีเครื่องมืออย่าง จรัล (ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนเเละเเนวร่วมเสื้อเเดง) พูดชัดเจนว่าถ้าไม่มีทักษิณ เขาก็ต้องใช้จอบ ใช้เสียม แต่ทักษิณช่วยให้เขามีบูลดอสเซอร์ (รถแทรกเตอร์) ที่จริงถ้าอย่าหลงทักษิณมากกว่านั้นก็ใช้ได้
...แต่พวกที่ติดกับทักษิณก็ไม่ว่ากัน ถ้าคุณเชื่อแบบนั้นคุณก็มีสิทธิ ผมเห็นว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเรื่องดี แต่ต้องใช้สัจจะ พยายามเลี่ยงผรุสวาท อย่าใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความรุนแรง ฝึกใจตัวเองด้วยให้รักความยุติธรรมให้มีความเมตตากรุณา อีกอย่างผมพูดเสมอว่าทั้งเหลืองทั้งแดงต้องอย่านำมวลชนมาเป็นพวกตัว อย่านำมวลชน แต่คุณต้องลงไปหามวลชน ไปเรียนรู้จากเขา และต่อสู้ในประเด็นอื่นบ้าง
สุลักษณ์ ยกตัวอย่างการเคลื่อนไหวทางการเมืองเรียกร้องสิทธิให้ประชาชนของต่างชาติว่า ‘...ที่อินเดียเวลานี้ ราเชล โกปาล ปลุกระดมทั่วอินเดียว่าประชาชนทั้งหมดต้องมีที่ดินทำกิน นายกรัฐมนตรียอมแล้วครับ ถ้าไม่ยอมปีหน้าเลือกตั้งจะขนมาเป็นแสนมากดดันนายกฯ มันต้องอย่างนี้! แต่คนไทยกลับไม่มี’
...การเมืองที่ถูกต้องต้องเป็นการเมืองที่มีความยุติธรรมเป็นพื้นฐาน ความอยุติธรรมในเมืองไทย คนส่วนใหญ่ไม่มีที่ทำกิน ภาษีที่ดินไม่มีใครกล้าแตะ คนส่วนใหญ่ถูกรังแกโดยบริษัทข้ามชาติ โดยอภิมหาอำนาจโดยเฉพาะจีนมันคุมแม่น้ำโขงทั้งหมด แต่รัฐไทยไม่ว่าจะประชาธิปัตย์หรือยิ่งลักษณ์ ซูฮกจีนหมด
ถ้าคนข้างล่างเรียกที่ดินคืนทั้งหมดว่าทุกคนต้องมีที่ดินทำกิน สมัยก่อน จอมพล ป.พิบูลสงคราม ถึงจะทำชั่วมาเยอะ เเต่เคยออกกฎหมายครั้งสุดท้ายก่อนที่แกจะหลุดออกจากอำนาจให้ออกกฎหมายปฏิรูปที่ดินจำกัดให้ทุกคนอยู่ได้ไม่เกิน 5 ไร่ มีที่ทำกินได้ไม่เกิน 50 ไร่ แต่พอแกไปจอมพลสฤษดิ์ทิ้งกฎหมายนี้เลย
...เหมือนเค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ถูกถีบออกไปตั้งแต่สมัย 2476 หาว่าหลวงประดิษฐ์เป็นคอมมิวนิสต์ ที่จริงมันถือเป็นโซเชียล เวลแฟร์ (สวัสดิการสังคม) ก่อนพรรคเลเบอร์เข้ามาทำในอังกฤษด้วยซ้ำไป
“ถ้าเสื้อแดงเสื้อเหลืองลงไปหาชาวบ้านจริง จะเป็นพลังมหาศาล แต่นี่คอยแต่มาตีฝีปากกัน จะเอาทักษิณ ฝ่ายเสื้อเหลืองเหมือนกันจะมาเอาเจ้า ถามว่าจะเอาอะไร คุณไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับท่านหรอก แล้วก็ไม่ต้องไปล้มเจ้า ผมบอกแล้วไม่มีทางล้มได้
...ถ้าเผื่อว่ากลุ่มเสื้อแดงเริ่มตื่นตัวมากขึ้น ถ้าเขาเชื่อที่ผมบอก ลงไปหามวลชนแท้ๆ ถึงจะคบกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็จะดีขึ้น ไม่เอาเปรียบราษฎรมากเกินไปนัก ถึงจะเอาเปรียบก็เอาเปรียบน้อยลง แต่ถ้าคุณฝักใฝ่แบบเป็นจริงเป็นจัง ผมว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่ว่าประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย พวกนี้รับใช้ชนชั้นบนมากกว่าชนชั้นล่างทั้งนั้น โครงสร้างอยุติธรรมมันไปผูกโยงอยู่กับจักรวรรดิอเมริกา จักรวรรดิจีน ไปผูกโยงกับบรรษัทข้ามชาติ ประชาธิปัตย์เองก็อยากหากินกับพวกนี้ทั้งนั้น แต่ว่าทักษิณมันเก่งกว่าเท่านั้นเอง”
ภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านการรุกคืบปัญหาที่กล่าวมาขณะนี้มีไม่เพียงพอหรือ? สุลักษณ์ ยืนกรานว่า “พวกนั้นเขาเข้มแข็งไม่พอ แล้วไม่มีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนไหนลงไปสนใจ ถ้าคุณไปสนใจเขาจริงจัง อย่าไปฉวยผลประโยชน์จากเขาจะเป็นพลังอย่างมาก อย่างผมไปอยู่กับกลุ่มอนุรักษ์เมืองกาญจน์ กลุ่มนี้เขาสู้โดยไม่มี สส.คนไหนเข้าไปสนใจเลย ถ้าคุณไปอยู่กับเขา คุณจะได้บทเรียนเยอะ จุดยืนผมเปลี่ยนเพราะผมไปคบคนพวกนี้
...คนพวกนี้เขาจริงใจ ต่อสู้จริงจัง อย่างคนที่เมืองกาญจน์เขาอุทิศชีวิตบอกผัวตัวเองเลยนะว่า เขาจะตายเพื่อช้าง ตายเพื่อชะนี มนุษย์เราต้องมีอะไรสักอย่างที่เราตายแทนได้ ตายแทนคนยากไร้ ตายแทนสัจจะ ตายแทนสิทธิมนุษยชน เพราะถ้ายิ่งมีคนเหล่านี้มากเท่าไร ผมว่าเมืองไทยมันไปรอด
...เสื้อเหลืองเสื้อแดงไม่เคยเล่นงานกลุ่มหรือประเด็นอื่นเลย เสื้อแดงก็เล่นงานเฉพาะอำมาตย์ อีกฝ่ายก็เล่นงานเฉพาะทักษิณ แต่ไอ้พวกที่เราไม่เห็นตัวนี่เยอะแยะ ไอ้พวกนี้เขาเรียกว่า ‘อำนาจแอบแฝงที่มองไม่เห็น’
วิธีเดียว คือ ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมา ถ้าเสื้อแดงเข้าใจ เสื้อเหลืองเข้าใจ รวมตัวกันเลย พวกนี้มันจะปอดถ้าชาวบ้านลุกขึ้น...” สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ฝากแง่คิดต่อกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าขบวนการประชาชนต่อสู้ทางการเมือง







