
แก้รธน.เปิดทางล้มทั้งฉบับ
ปชป.ชี้แผนหมกเม็ดผ่านม.68 ประธานสภานัดถก 1-3 เม.ย.นี้
ปชป.ชี้แผนหมกเม็ดผ่านม.68 ประธานสภานัดถก 1-3 เม.ย.นี้
ปชป.ชี้แก้มาตรา 68 เปิดทางให้ลงมติร่างมาตรา 291 วาระ 3 ตั้งสภาร่าง รธน.
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้มีคำสั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมรวม 3 ฉบับ ตามที่สมาชิกรัฐสภา ได้แก่ พรรคเพื่อไทย และสมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 1 เม.ย. เวลา 10.30 น. ซึ่งบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในเรื่องด่วนลำดับที่ 1
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราจะกระทำได้ แต่การเสนอแก้ขณะนี้ไม่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะมาตรา 68 ที่จะเป็นการตัดสิทธิประชาชนในการยื่นเรื่องพิทักษ์รัฐธรรมนูญต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ยื่นฝ่ายอัยการช่องทางเดียวอาจเป็นการแก้ไข เพื่อเปิดโอกาสให้มีการลงมติวาระ 3 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในวาระ 3
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เบื้องต้นพรรควางตัวผู้อภิปรายไว้ 30-40 คน มั่นใจว่าการพิจารณาวาระแรกนี้ จะไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
สำหรับความเคลื่อนไหวของ สว.ต่อการเตรียมตัวอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า มี สว.มาร่วมลงชื่อเพื่อขออภิปรายแล้ว 52 คน โดยในส่วนของวุฒิสภาจะมีเวลาอภิปรายรวม 8 ชั่วโมง
นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวว่า จะใช้เวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐ ธรรมนูญรวม 3 วัน โดยในวันที่ 1 เม.ย. จะเปิดประชุมตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. ส่วนวันที่ 2-3 เม.ย. เปิดประชุมเวลา 09.30-22.00 น. และไม่ห่วงเรื่องเสียงสนับสนุนให้ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สว.อย่างน้อยมีอยู่แล้ว 50 เสียง บางคนก็เห็นด้วย แต่ไม่กล้าแสดงตัว
นายนิคม กล่าวว่า กรณีกลุ่ม 40 สว.ขู่ว่าหากลงมติผ่านวาระแรก จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นไม่น่าห่วง เพราะสิ่งที่ สว.เสนอแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นไปตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผิดตรงไหน ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ได้ตัดสิทธิหรือลิดรอนสิทธิใคร แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะใช้บทบัญญัติใดมาตีความ
นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ หนึ่งในแกนนำยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา กล่าวว่า คาดว่าการอภิปรายครั้งนี้ ไม่น่าจะตึงเครียดเพราะเป็นแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นไว้ ส่วนที่มองว่ากลุ่ม 40 สว.จะอภิปรายคัดค้านการแก้ไขนั้นถือเป็นสิทธิ แต่สังคมจะเห็นเอง เพราะจะชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้ง สว.เป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย
นายดิเรก กล่าวว่า การแก้ไขรายมาตราเป็นการผ่าทางตันให้กับสังคม ถือเป็นวิถีทางละมุนละม่อมที่สุดแล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็เคยยอมรับในหลักการที่กรรมการสมานฉันท์ได้ให้แนวทางไว้
นายดิเรก กล่าวว่า ที่กังวลว่าการแก้ไขมาตรา 68 ที่ให้ประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนต่ออัยการสูงสุดเพียงทางเดียวนั้น จะเป็นการตัดสิทธิประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นการสร้างความชัดเจน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวไม่ต้องมาคลุมเครือว่าจะใช้ช่องทางใดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยลงข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ว่าให้ยื่นผ่านอัยการเท่านั้น ส่วนการที่มองว่าแก้มาตรา 68 เพื่อให้รัฐสภาสามารถเดินหน้าลงมติวาระ 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 นั้น ก็ไม่จริง เพราะอำนาจในการลงมติวาระ 3 เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะลงมติได้เอง ไม่เกี่ยวกับว่าจะแก้ไขมาตรา 68
นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นตามมา เช่น ถ้าแก้ให้ สว.มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องหาวิธีไม่ให้ สว.ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ การแก้ไขใดๆ ไม่ใช่ยึดแค่คะแนนเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นการชุมนุมต่อต้านจะเกิดขึ้นได้







