
รื้อไทยเข้มแข็ง4หมื่นล้าน ใช้จ่ายอืดหวั่นดอกเบี้ยพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— ไตรรงค์ขีดเส้นตาย 3 หน่วยงานเร่งโครงการไทยเข้มแข็งในวันที่ 20 เม.ย.นี้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า โครงการลงทุนที่ควรปรับแผนการลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งมีอยู่ประมาณ 34 หมื่นล้านบาท ที่กระจายอยู่ใน 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นการลงทุนของกรมอาชีวศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของโครงการลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ 3 กระทรวงต้องเจรจากับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาโครงการลงทุนให้ชัดเจนก่อนวันที่ 20 เม.ย. 2553 นี้ เพราะหากเสนอโครงการลงทุนไม่ได้จะให้หน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็นดำเนินการลงทุน เนื่องจากเป็นเงินกู้ที่มีต้นทุนดอกเบี้ย
รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้เริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีรายได้สูงขึ้น จึงอาจใช้เงินกู้จาก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทน้อยลง หรืออาจไม่จำเป็นต้องกู้เลย เพราะเงินกู้ต้องมีภาระดอกเบี้ย แต่หากเป็นโครงการลงทุนระยะยาว เช่น รถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ ซึ่งเป็นการลงทุนให้ลูกหลานในอีก 3040 ปีข้างหน้า ต้องมาพิจารณากันให้รอบคอบ เพื่อดูว่าการลงทุนต้องใช้เงินกู้เท่าใด ดึงเอกชนมาร่วมลงทุนในสัดส่วนเท่าใด แต่หากเป็นการลงทุนในระยะสั้น อาจต้องปรับเปลี่ยนแผนการลงทุน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ขณะนี้โครงการเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ได้รับอนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการปี 2554 ไว้เพียง 90 ล้านบาท ลดลงจากปี 2553 ที่ได้รับเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจะสนับสนุนเงินงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันให้จีดีพีเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 20%
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้เหตุผลในการปรับลดงบประมาณว่า ไม่มีเงินสนับสนุนเพียงพอ และขอให้ดำเนินการภายใต้วงเงินที่ได้รับไปก่อน
สำหรับโครงการที่จะดำเนินการภายใต้กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาทนั้น มี 16 โครงการ อาทิ โครงการต้นแบบของพสกนิกรไทย
“ในหลวง” กับ “การสร้างสรรค์” วงเงิน 50 ล้านบาท โครงการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย วงเงิน 330 ล้านบาท






