
แบ่งเค้กสัญจร540ล.ทั่วถึง 5 จังหวัด
เผย ครม.สัญจร ฉะเชิงเทรา 31 มี.ค. วาระเด็ดห้ามพลาด นั่นคือ ข้อเสนอขอจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการในส่วนของกลุ่ม 5 จังหวัดภาคกลางตอนกลาง
เผย ครม.สัญจร ฉะเชิงเทรา 31 มี.ค. วาระเด็ดห้ามพลาด นั่นคือ ข้อเสนอขอจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการในส่วนของกลุ่ม 5 จังหวัดภาคกลางตอนกลาง
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นอกสถานที่ในวันที่ 31 มีนาคม ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา แน่นอนว่าวาระห้ามพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ ข้อเสนอขอจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการในส่วนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้สรุปโครงการใหม่ในการของบประมาณออกมา ดังนี้
ฉะเชิงเทรา จังหวัดเจ้าภาพจัดประชุมครม. เสนอ โครงการเสริมประสิทธิภาพศูนย์กลางผลิตยานยนต์และอะไหล่ยนต์วงเงิน 44 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ที่อ.แปลงยาว โดยที่นายกฯยิ่งลักษณ์จะไปเดินทางลงพื้นที่ด้วย เพราะเป็นไปตามที่รัฐบาลและจังหวัดหมายมั่นปั้นมือเป็น”เกทเวย์ทูเดอะเวิลดิ์”
โครงการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา วงเงิน 50 ล้านบาท โครงการรักษาเสถียรภาพต้นทุนการผลิตไข่ไก่ โดยจะมีการก่อสร้างไซโลพร้อมอุปกรณ์รวบรวมวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ ที่ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ วงเงิน 12 ล้านบาท โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้อาเซียนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลางซึ่งจะใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์เป็นศูนย์การเรียนรู้ วงเงิน 30 ล้านบาท รวมวงเงิน ทั้งสิ้น 136 ล้านบาท
สมุทปราการ ถิ่นดังปลาสลิดและเต็มไปด้วยแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมใกล้กทม. เสนอโครงการก่อสร้างศูนย์แสดง จำหน่าย และกระจายสินค้า โอท็อป จ.สมุทรปราการ สู่ตลาดสากล วงเงิน 70 ล้านบาท เป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้ระบุสถานที่ตั้ง
โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “ งานประเพณีรับบัว จ.สมุทรปราการ วงเงิน 15 ล้านบาท โดยจะเป็นการปรับภูมิทัศน์จัดงานรับบัวและก่อสร้างเวทีถาวร จำนวนหนึ่งหลัง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี โครงการปรับปรุงซ่อมแซมเขื่อนกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากภาวะน้ำทะเลหนุน บริเวณพื้นที่ชุมชนรอบศูนย์ราชการ จ.สมุทรปราการ วงเงิน 15 ล้านบาท
โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และแปรรูปปลาสลิดของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง เพื่อส่งเสริมให้ได้มาตรฐาน โอท็อป และส่งเสริมการส่งออกซึ่งเตรียมพื้นที่ราชพัสดุแถวต.คลองด่าน อ.บางบ่อ ไว้ดำเนินการแล้ว วงเงิน 23 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 123 ล้านบาท
นครนายก เสนอเพียงหนึ่งโครงการเท่านั้น คือ โครงการก่อสร้างสนามแขงขันกีฬาแคนูสลาลอมระดับสากลบนพื้นที่ขุนด่านแลนด์ วงเงิน งบประมาณ 107.73 ล้านบาท โครงการนี้ อยู่บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการ ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก ตามข้อเสนออ้างด้วยว่า จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวกีฬาและการผจญภัยแห่งแรกของประเทศไทย
สระแก้ว พื้นที่ป๋าเหนาะ เสนาะ เทียนทอง เสนอ โครงการ จัดสร้างศูนย์กระจายสินค้าพืชพลังงาน วงเงิน 49.90 ล้านบาท โดยจะมีการก่อสร้างลานตากซีเมนต์ 1 จุดเนื้อที่ 16 ไร่ ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ต.วังน้ำเย็น พร้อมก่อสร้างเครื่องชั่งขนาด 80 ตัน พร้อมอาคารโรงคลุมห้องปฏิบัติการ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก่อสร้างโกดังเก็บผลิตผล ฯลฯ
โครงการก่อสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตร อ.วังสมบูรณ์ วงเงิน 25 ล้านบาท โครงการส่งเสริมและพัฒนาการพืชพลังงาน(มันสำปะหลัง ) วงเงิน 17.59 ล้านบาท โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเพื่อยกระดับรายได้ วงเงิน 12.30 ล้านบาท โครงการพัฒนาด่านชายแดนและปรับปรุงระบบการให้บริการประชาชน ซึ่งอยู่บริเวณจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ วงเงน 37.50 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 141 ล้านบาท
ปราจีนบุรี โครงการสวนสุขภาพของชุมชนในจังหวัด วงเงิน 50 ล้านบาท โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับภาคอุตสหากรรมและเกษตรกรรรมตามแนวแม่น้ำปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี วงเงิน 20 ล้านบาท โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อภาคเกษตรกรรม ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี วงเงิน 25.56 ล้านบาท ซึ่งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาอีโต้โดยพื้นที่บางส่วนตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มตามปริมาณความจุ โครงการปรับปรุงคันกั้นน้ำท่าแห วงงิน 18 ล้านบาท โครงการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์และสุขภาพวิถีไทย วงเงิน 20.02 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 133 ล้านบาท
สิริรวมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง 5 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมกว่า 540 ล้านบาท โดยเฉลี่ยแต่ละจังหวัดได้รับจัดสรรไม่เกิน 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามกรอบของการจัดสรรงบประมาณครม.สัญจรในลักษณะกระจายอย่างทั่วถึงพึงประทับใจทุกระดับ







