
ครม.สัญจรทวงคืนพื้นที่แปดริ้ว
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ระหว่างวันที่ 30- 31 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นอกสถานที่ ซึ่งเป็นครั้งที่ 9 แล้วของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในการจัดให้มีการประชุมครม.สัญจร โดยครั้งนี้ กำหนดปักหมุด จังหวัดฉะเชิงเทรา
สาเหตุเลือกจ.ฉะเชิงเทรา เป็นผลมาจากสภาพัฒน์ได้จัดทำแผนการประชุมครม.สัญจรประจำปี 56 เสนอที่ประชุมครม.เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ด้วยการพิจารณาจังหวัดที่ยังไม่ได้มีการจัดประชุม แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดเช่นเดิม ประกอบด้วย 5 กลุ่มจังหวัด คือ 1.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ซึ่งก็ประเดิมกลุ่มจังหวัดนี้ก่อน ระหว่างวันที่ 30-31 มี.ค.มีจว.ฉะเชิงเทราเป็นเจ้าภาพ จากนั้นจะเป็นคิวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร ในเดือนพ.ค.มีจว.นครสวรรค์เป็นเจ้าภาพ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี ในเดือนก.ค. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ในเดือนก.ย. มีลพบุรีเป็นเจ้าภาพ และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล โดยมีจังหวัดสงขลาเป็นเจ้าภาพในเดือนพ.ย.
การลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรหนึ่งเดือนต่อครั้ง สร้างความคึกคักให้กลุ่มจังหวัดเรียกประชุมเตรียมการต้อนรับพร้อมจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาล อีกทั้งเป็นวาระไฟท์บังคับไปแล้วต้องจัดคิวให้มีการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนพื้นที่ หรือ กรอ.ภูมิภาคในการยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนต่อภาครัฐเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.วันรุ่งขึ้น ออกมาเป็นมติ ให้ร่วมลุ้นจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ จะได้รับการจัดสรรงบประมาณตามที่เสนอมากน้อยเท่าไหร่
สาเหตุประการต่อมา ฉะเชิงเทรากำลังเป็นพื้นที่ทำเลทอง รองรับภาคอุตสาหกรรมหนักหลายประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะนับตั้งแต่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ส่งผลให้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมรอบนอกกรุงเทพได้รับผลกระทบอย่างหนัก บรรดานนักลงทุนไทยและเทศไม่มั่นใจต่อพื้นที่เดิมตระเวนหาแหล่งผลิตใหม่ และจ.ฉะเชิงเทราก็เป็นพื้นที่ตัวเลือก เปรียบเหมือนศูนย์กลางเชื่อมโยงกับจังหวัดต่างๆของภาคกลาง
“ถึงขนาดที่ ฐิติมา ฉายแสง อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า พื้นที่ของฉะเชิงเทราน่าจะเป็นประตูการค้าโลกหรือเกทเวย์ทูเดอะเวิลด์ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้เยอะในหลายพื้นที่ไม่ว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ทางการเกษตรล้วนสามารถทำการค้ากันได้ตลอดแนวชายแดน”
คำกล่าวของฐิติมานำมาซึ่งอีกเหตุผล ไม่อาจมองข้าม นั่นคือ การตอบแทนการเมืองในพื้นที่ ก่อนหน้านี้ พรรคไทยรักไทยก่อนกลายร่างเป็นพลังประชาชนมาเป็นเพื่อไทย ประชาชนให้การสนับสนุนเลือกส.ส.ตระกูลฉายแสงยกจังหวัด กระทั่งหลังเกิดเหตุชุมนุมคนเสื้อแดงเผาเมือง มีการเลือกตั้งใหม่ปี 54 ตระกูลฉายแสงแห่งเมืองแปดริ้ว สูญเสียที่นั่งให้พรรคประชาธิปัตย์2 ที่ เรียกว่า สูญพันธ์สมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ ฐิติมา ฉายแสง กลายเป็นส.ส.สอบตกก่อนได้รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาลคนแรกของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นการปลอบใจไปพลางๆ ล่าสุดรับตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม( ชัชชาติ สิทธิพันธ์)
ส่วนวุฒิพงศ์ ฉายแสง ก็กลายเป็นผู้แทนเตะฝุ่นอีกราย ก่อนรัฐบาลแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ กยอ.รับผิดชอบด้านน้ำนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก แต่การทำงานเป็นไปลักษณะผลุบโผล่ประชุมครั้งสองครั้ง ขณะพี่ใหญ่ของตระกูล จาตุรนต์ ฉายแสง แม้ได้รับการปลดปล่อยจากบ้านเลขที่ 111 ถูกคาดหมายน่าจะได้รับตำแหน่งรมต.กับเขาบ้าง แต่การปรับครม.ล่าสุดคนตระกูลฉายแสงวืดหมด ได้มาเป็นแค่ที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาลและพรรคเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นถิ่นของนักวิชาการในร่างนักการเมือง อย่าง โภคิน พลกุล ผู้มีสวนนกลือลั่นฉะเชิงเทรา ดังนั้น การตัดสินใจเลือกประชุมครม.สัญจร ถิ่นแปดริ้ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์หรืออีกภาพคือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต้องการกระจายความนิยม หวังกอบกู้คะแนนเสียงคืนสู่นักการเมืองพรรคเพื่อไทย เช่นกัน
ปูโชว์”เกทเวย์ทูเดอะเวิลด์”
กำหนดการลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรแปดริ้ว ครั้ง นี้ เริ่มตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 30 มี.ค. นายกฯยิ่งลักษณ์ จะนำทีมลงพื้นชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงบริเวณด่านชายแดนโรงเกลือ จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการทำงานเกี่ยวกับการขยายความรู้เรื่องแพทย์แผนไทยควบคู่กับประเทศไทย ในฐานะเป็นผู้นำทางการแพทย์แผนไทยสนุนไพร และเยี่ยมชมร้านขายยาไทยต้นแบบ, การบริการการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร,และโรงงาน GMP ต้นแบบยาไทยอภัยภูเบศด้วย
เวลา 13.30 น. -16.00น. เดินทางตรวจเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ แปลงยาว ซึ่งว่ากันว่าพื้นที่ดังกล่าว บรรดานักลงทุนต้องการขยายฐานการผลิตอุตสาหกรรมด้านอื่นๆอีก ตามคอนเซปต์ “เกทเวย์ทูเดอะเวิลด์” จากนั้น เดินทางมานมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร
เวลา 16.00น. เดินทางมาเป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และเวลา 18.30 -21.30 น. ร่วมงานเลี้ยงรับรอง ณ กองพันทหารช่างที่2 รักษาพระองค์
วันที่ 31 มี.ค. เวลา 09.00 -12.00น. การประชุมครม. ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เดินทางตรวจพื้นที่โครงการเสริมประสิทธิภาพการเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน ณ อำเภอแปลงยาว / ตรวจพื้นที่โครงการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ อำเภอเมือง/อำเภอคลองเขื่อน และ ตรวจพื้นที่โครงการการรักษาเสถียรภาพต้นทุน การผลิตไข่ไก่ ณ ตำบลสิบเอ็ดศอก อำเภอบ้านโพธิ์
อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ นอกจากขับเน้นให้เห็นถึงการพัฒนาพื้นที่เป็นเกทเวย์ทูเดอะเวิลด์ แต่ก็ต้องเผชิญกับผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งแน่นอน จะมีกลุ่มชาวบ้าน เตรียมเคลื่อนไหวในกรณีความเดือนร้อนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นับ 10 กลุ่ม เช่น กลุ่มต่อต้านบ่อขยะพิษจากกากอุตสาหกรรมกลุ่มเกษตรกรชาวนา กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน และกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าคลองนครเนื่องเขต รวมถึง กลุ่มคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ กลางลำน้ำบางปะกง อีกด้วย







