
สุรินทร์แล้งจัดคลองน้ำห้วยหว้าแห้งขอด
สุรินทร์เจอวิกฤตแล้งคลองน้ำห้วยหว้าระยะทางกว่า 10 ก.ม.แห้งขอดหนัก วอนกรมชลสร้างฝายชะลอน้ำ
สุรินทร์เจอวิกฤตแล้งคลองน้ำห้วยหว้าระยะทางกว่า 10 ก.ม.แห้งขอดหนัก วอนกรมชลสร้างฝายชะลอน้ำ
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้ขยายวงกว้างรุกหนักขึ้น ส่งผลให้ จ.สุรินทร์ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 16 อำเภอ จากทั้งหมด 17 อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคที่ขาดแคลน ขณะที่แหล่งน้ำสาธารณะของหมู่บ้านในหลายพื้นที่ๆพบว่ามีระดับน้ำลดลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะคลองน้ำลำห้วยหว้า บ้านทนงชัย ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ในโครงการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อชุมชน งานพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนลำห้วยบ้านทนงชัย ในความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ไม่พบว่ามีน้ำหลงเหลืออยู่ให้เห็นแม้แต่หยดเดียว ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีการขุดลอกคลองเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เนื่องจากว่าไม่มีฝายกั้นน้ำ ทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการขุดลอกคลองจึงไม่เป็นผล และสูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ ขณะที่ชาวบ้านต่างต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสร้างฝายกั้นน้ำให้ชาวบ้านในพื้นที่ด้วย เพื่อให้ช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้
นายศรชัย สุภิมารส นายก อบต.เมืองที กล่าวว่า คลองน้ำลำห้วยหว้า แห่งนี้ผ่านหลายหมู่บ้านในตำบลเมืองทีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ภัยแล้งฝนทิ้งช่วงเริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่ปีที่แล้ว และต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ทำให้น้ำแห้งขอดหมด ซึ่งที่ผ่านมาลำห้วยหว้าไม่เคยแห้งขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่จะมีแต่เฉพาะการขุดลอก แต่ไม่มีฝาย เวลาน้ำมาก็ผ่านไปไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ เคยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ก็มีมาแต่ทำการขุดลอกเท่านั้น ตนจึงทำหนังสือไปถึงกรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานของ อบต.โดยตรง เพื่อขออนุมัติโครงการขุดลอกพร้อมสร้างฝายกักเก็บน้ำให้กับชาวบ้าน เพราะถ้าไม่มีฝายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้ หากขุดลอกอย่างเดียวก็จะไม่ช่วยอะไร มีแต่สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์หากไม่มีฝายกักเก็บน้ำ จึงขอวอนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความสำคัญช่วยเหลือชาวบ้าน ต.เมืองทีฯด้วย หลังทำหนังสือเสนอไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เกรงไม่ทันหน้าฝนที่ได้ทันกักเก็บน้ำในปีนี้







