posttoday
วิพากษ์ต้นตอของการเก็บภาษีน้ำมัน...น้ำมันน้ำเมา

วิพากษ์ต้นตอของการเก็บภาษีน้ำมัน...น้ำมันน้ำเมา

29 มีนาคม 2556

ผมคิดว่าหลายท่านอาจจะสงสัย ว่าทำไมน้ำมันต้องถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิต ที่รัฐบาลเก็บน้ำมันเบนซินลิตรละ 6.37 บาท และน้ำมันดีเซลลิตรละ 5.3 บาท (วันที่เขียนบทความนี้ รัฐบาลได้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือเพียง 0.005 บาทต่อลิตร เพื่อ “ช่วยเหลือ” ภาคขนส่งและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน)

ผมคิดว่าหลายท่านอาจจะสงสัย ว่าทำไมน้ำมันต้องถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิต ที่รัฐบาลเก็บน้ำมันเบนซินลิตรละ 6.37 บาท และน้ำมันดีเซลลิตรละ 5.3 บาท (วันที่เขียนบทความนี้ รัฐบาลได้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือเพียง 0.005 บาทต่อลิตร เพื่อ “ช่วยเหลือ” ภาคขนส่งและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน)

ผมคงขออ้างอิงถึงหลักทฤษฎีปัจจัยภายนอก (Externality) ว่า ระบบกลไกตลาดจะเกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐศาสตร์สูงสุดได้ต่อเมื่อแต่ละคนรู้ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่แท้จริงจากการกระทำของพวกเขา

แต่ในบางสถานการณ์ ราคาที่คนในสังคมจ่ายในใช้ทรัพยากร สินค้า และบริการอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สังคมต้องรับ

ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่า ประเทศไทยมีต้นทุนจากมลพิษทางอากาศสูงถึงปีละ 7,214 ล้านบาทต่อปี ที่คิดเฉพาะค่ารักษาพยาบาลโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากมลพิษเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาถนนต่างๆ อีกปีละเกือบ 8 หมื่นล้านบาท

มองไปแล้วคล้ายๆ กับการที่รัฐบาลต้องเก็บภาษีสรรพสามิตสุรา ยาสูบ เพราะไทยก็เสพติดน้ำมันด้วย แต่ละปีเราต้องนำเข้าพลังงานกว่าปีละ 1.2 ล้านล้านบาท

ปรากฏการณ์ “น้ำมัน น้ำเมา” นี้ ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดในการจัดเก็บภาษี โดยราคาน้ำมันขายปลีกถูกกำหนดโดยปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

(1) ราคาน้ำมันสำเร็จรูป ณ โรงกลั่น ซึ่งส่วนใหญ่น้ำมันแต่ชนิดมีราคาแตกต่างกันไม่มากนัก

(2) ภาษีสรรพสามิต คำนวณจากปริมาณน้ำมันเมื่อนำออกจากโรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน โดยปี 2556 อัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ อยู่ที่ 7 และ 6.30 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลลดลงมาอยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร

(3) ภาษีเทศบาลที่เก็บเพื่อบำรุงท้องถิ่น คิดเป็น 10% ของภาษีสรรพสามิต

(4) ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บ 2 รอบในอัตรา 7%

(5) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 9.20 และ 7.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันทุกชนิดต้องส่งเงิน 0.25 บาทต่อลิตร เข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน

(6) ค่าการตลาด ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัทน้ำมัน เช่น ค่าบริหารจัดการคลังน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

ดังนั้น โครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ประการ โดยราคาหน้าโรงกลั่นของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าเราจะเข้าใจถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานในไทยมากขึ้น และเข้าใจว่าทำไมรัฐบาลต้องมีการเก็บภาษีสรรพสามิต นอกจากนี้ ผมยังมองว่า นโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้กว่า 30 บาทต่อลิตร จะส่งผลต่อการบิดเบือนโครงสร้างราคาและปริมาณการใช้น้ำมันในระยะยาว และยังกระตุ้นการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มประชากรที่มีรายได้ปานกลางถึงระดับสูง

ภาครัฐจึงจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะรายจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

ส่วนตัวแล้ว ผมจึงเห็นว่า การผ่อนคลายการตรึงราคาน้ำมันดีเซลควบคู่ไปกับมาตรการเงินอุดหนุน เพื่อเน้นให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็น จึงเป็นทางเลือกที่ควรทำในอนาคต เพื่อลดแรงกดดันทางสังคมของการยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งวางแผนโครงการพัฒนาการใช้พลังงานในระยะยาว โดยสนับสนุนการผลิตและใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวล เช่น แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ขยะ และมูลสัตว์ เป็นต้น โดยกำหนดโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนาพืชพลังงาน

นอกจากนี้ จะต้องส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วน และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ (Public Transportation) เพื่อลดอุปสงค์รวมในการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในอนาคตต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท