posttoday
ก่อหนี้-พูดเท็จ-เปิดช่องโกง

ก่อหนี้-พูดเท็จ-เปิดช่องโกง

29 มีนาคม 2556

วันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... เป็นไปอย่างเข้มข้น

วันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... เป็นไปอย่างเข้มข้น

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มต้นชำแหละความบกพร่องของการเสนอกฎหมายทีละข้อว่า 1.รัฐบาลขาดวินัยทางการคลัง เพราะการกู้เงินนอกระบบงบประมาณประจำปีทำได้เฉพาะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะหนี้ชนเพดานเท่านั้น เนื่องจากเป็นภาวะที่ประเทศต้องการเงินจำนวนมากมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้ไม่ได้เกิดเงื่อนไขดังกล่าวขึ้นทำไมรัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีการกู้นอกระบบ

2.ร่าง พ.ร.บ.ปิดกั้นระบบการตรวจสอบความโปร่งใส รัฐบาลอ้างว่าได้ส่งรายละเอียดโครงการให้สภาไว้ในเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กว่า 200 หน้า แต่เอกสารดังกล่าวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกฎหมาย เท่ากับว่าในขั้นตอนต่อไป สส.จะสามารถปรับแก้ไขได้เฉพาะตัวร่าง พ.ร.บ.ที่มีเพียง 4 หน้านั้น ที่สำคัญภายหลังกฎหมายผ่านสภาแล้ว สภาไม่สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐได้อีก แตกต่างจากระบบงบประมาณประจำปี

3.โครงการรถไฟความเร็วสูงไม่ได้เชื่อมต่ออาเซียน ถ้าต้องการเชื่อมต่อกับอาเซียนไทยควรให้ความสำคัญกับรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯปาดังเบซาร์ และสายกรุงเทพฯหนองคาย และกรุงเทพฯทวาย เป็นอันดับแรก เพราะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสายสิงคโปร์มาเลเซีย และจีนลาวได้ รวมถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย แต่พบว่ารัฐบาลกลับสร้างในเบื้องต้นเพียงกรุงเทพฯโคราช ไม่ถึงหนองคายที่ควรเชื่อมต่อลาว และกรุงเทพฯหัวหิน ไม่ถึงปาดังเบซาร์ที่ควรเชื่อมต่อมาเลเซีย ตรงกันข้าม รัฐบาลกลับให้ความสำคัญกับสายกรุงเทพฯเชียงใหม่ ทั้งที่มีความสำคัญน้อยกว่า

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวสรุปว่า รมว.คลัง เคยชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อครั้งพิจารณา พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท ว่า การเสนอ พ.ร.ก.ดังกล่าวมีความจำเป็น เพราะการโอนหนี้จะได้ไม่ต้องนำงบประมาณมาชดเชยทุกปี และจะได้นำเงินไปตั้งเป็นงบประมาณขาดดุลเพื่อลงทุน รวมทั้งยังบอกต่อหน้าศาลรัฐธรรมนูญว่า พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีความจำเป็น แต่ภายหลังศาลเห็นว่ารัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.กำหนดได้ ปรากฏว่ารัฐบาลกลับไปกู้เงินนอกงบประมาณ เช่นเดียวกับการเบิกจ่ายงบ 3.5 แสนล้านบาท ก็ไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น การมาอ้างว่ารัฐบาลไม่มีเงินเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงฟังไม่ขึ้น

“พรรคเพื่อไทยขึ้นป้ายหาเสียงว่าล้างหนี้ให้ประเทศ แต่กลับกู้หนี้ก้อนใหญ่ในประวัติศาสตร์มากกว่าไอเอ็มเอฟ มาก กว่าหนี้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกู้ไว้7 แสนล้าน รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบบประมาณ หากจัดลำดับความสำคัญของโครงการในประเทศยกเลิกโครงการจำนำข้าวที่ขาดทุนหรือรถคันแรกที่มีปัญหาและนำเงินนั้นนำมาใช้พัฒนาแทนการกู้เงิน” อภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท