
ทีดีอาร์ไอเบรกไฮสปีดเทรนให้ลุยรถไฟทางคู่แทน
ทีดีอาร์ไอแนะลงทุนรถไฟทางคู่ ก่อนเดินหน้าโครงการไฮสปีดเทรน
ทีดีอาร์ไอแนะลงทุนรถไฟทางคู่ ก่อนเดินหน้าโครงการไฮสปีดเทรน
นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการและรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า หากให้เลือกระหว่างรถไฟความเร็วสูงกับรถไฟทางคู่ คาดว่าเอกชนจะเลือกใช้รถไฟทางคู่ เพราะประหยัดต้นทุนค่าขนส่งมากกว่า อย่างไรก็ตามเอกชนต้องการความชัดเจนรายละเอียดระบบการบริหารที่เอื้อต่อการขนส่งสินค้าแต่ละประเภท เพราะรัฐบาลพูดถึงแต่โครงสร้างและระบบราง แต่ไม่ได้พูดถึงว่าจะให้ใครบริหาร หากเป็นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะบริหารได้หรือไม่
ด้านนักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะนำเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไปเร่งก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง (ความเร็ว 250 กม./ชม.) เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาค ก่อนการพัฒนารถไฟทางคู่และการขนส่งด้วยระบบรถไฟด่วน (ความเร็ว 120 กม./ชม.) ซึ่งสะดวกรวดเร็วและประหยัดต้นทุนในการก่อสร้าง โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ได้
จากการศึกษาวิจัยของนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอและคณะ พบว่า แผนการพัฒนาระบบขนส่งของไทยที่ต้องการให้การขนส่งระบบรางเป็นระบบหลักและให้ไทยเป็นประตูการค้า เป็นศูนย์กระจายสินค้าของภูมิภาคและศูนย์กลางการท่องเที่ยว ในส่วนของการขนส่งสินค้าที่จะเชื่อมโยงระหว่างจีน ลาว และไทยนั้น จะต้องพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ (ขนาดความกว้างราง 1 เมตร) เป็นอันดับแรก
ขณะที่การขนส่งผู้โดยสารในระยะแรกควรพัฒนารถไฟทางคู่และใช้การขนส่งด้วยระบบรถไฟด่วน ส่วนระยะยาวการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง จะเป็นทางเลือกใหม่ที่สำคัญในการเดินทางระหว่างภูมิภาคและการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องสร้างโครงข่ายที่เป็นทางเฉพาะแยกออกจากโครงข่ายเดิม
อย่างไรก็ตาม การสร้างรถไฟความเร็วสูงต้องพิจารณาถึงต้นทุนและผลประโยชน์จากโครงการ และหากจะเชื่อมโยงระหว่างประเทศในกลุ่มลุ่มแม่นํ้าโขง ต้องคํานึงถึงข้อจํากัดด้านการลงทุนของภาครัฐและจำนวนผู้โดยสารจะต้องมากพอที่จะประกอบการเดินรถได้อย่างยั่งยืน







