
ปชป.จี้รัฐใช้4ข้ออุดช่องโหว่กู้2ล้านล้าน
"สรรเสริญ" อัดเงินกู้ 2ล้านล้านสร้างหนี้วันละ 100 ล้าน เสนอ 4 ข้ออุดช่องโหว่ "อลงกรณ์"แนะทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแทนกู้เงิน
"สรรเสริญ" อัดเงินกู้ 2ล้านล้านสร้างหนี้วันละ 100 ล้าน เสนอ 4 ข้ออุดช่องโหว่ "อลงกรณ์" แนะทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแทนกู้เงิน
นายสรรเสริญ สมะลาภา สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ใน พ.ร.บ.กู้เงิน นี้ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ในขณะที่ประชาชนต้องมาแบกรับภาระหนี้คำนวณคร่าวๆ เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ย 4 % ตกเป็นเงิน 8 หมื่นล้านบาท ต่อปี คิดเป็นหนี้เพิ่มขึ้นนาทีละ 1.5 แสนบาท หรือ วันละ 100 ล้านบาท มีความชัดเจนแค่เพียงแค่กู้เงิน 2ล้านล้านบาท แต่นอกนั้นจะเเล่นแร่แปรธาตุอย่างไรก็ได้
นายสรรเสริญ กล่าวว่า พ.ร.บ.นี้เป็นการกลับด้านจากที่เดิมครม.ต้องส่งมาให้สภาอนุมัติให้ความเห็นชอบ แต่กลับเป็นให้สภาฯคนอนุมัติก่อนที่จะให้ครม.ไปดำเนินการ โดยในเอกสารประกอบมีรายละเอียดโครงการที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของครม. 1.4 ล้านล้านบาทซึ่งถือเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้ไปใช้ทำอะไรก็ได้ โดยรัฐบาลนี้ไม่ต้องชำระเงินกู้ แต่ผลักดันไปให้รัฐบาลชุดอื่นต้องรับภาระปีละ 1-3 หมื่นล้านบาท และในมาตรา 9 ยังระบุว่าจะใช้หนี้ครบเมื่อไหร่ก็ได้
ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการออกพ.ร.บ.ครั้งนี้ แต่หากรัฐบาลยืนยันจะออก พ.ร.บ.นี้จริง ก็มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล 1. ต้องระบุในฎหมายว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องชำระหนี้เงินต้น ส่วนจะอัตราเท่าไหร่ก็ไปคำนวณกันในกรรมาธิการฯ 2. ระบุว่าจะไม่กู้เงินอีกแล้วหลังจากปี 2560 เป็นปี 2558 3. จะต้องนำเอกสารรายละเอียดโครงการมาไว้เป็นส่วนหนึ่งในพ.ร.บ.ให้มีผลผูกพัน และ 4. เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในมาตรา 15 ที่ระบุว่าตามหลักเกณฑที่ครม.กำหนดนั้น ต้องเพิ่มเนื้อหาให้ ครม.ไม่มีอำนาจยกเว้นระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างในการใช้เงินตามพ.ร.บ.นี้
"เรื่องวินัยการคลังที่รัฐบาลบอกว่าจะทำดีที่สุดนั้น หากรัฐบาลจะรับปากลอยๆ ก็ไม่ขอรับร่างพ.ร.บ.นี้ เพราะที่ผ่านมาเรื่องเป้าส่งออกก็เป็นเรื่องโกหกสีขาว และในรายการนายกฯพบประชาชนรมว.คลังก็ระบุว่าไม่มีโครงการที่ริเริ่มจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งครั้งนี้นี้ไม่ใช่เป็นการโกหกสีขาวแต่เป็นโกหกสีดำ จึงไม่ขอรับร่างพ.ร.บ.นี้เพราะไม่รู้ว่าจะโกหอะไรอีก" นายสรรเสริญ กล่าว
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออกพ.ร.บ.มีควาเร่งรัดในการดำเนินการ ไม่มีความรอบคอบ และ มีความเสี่ยงสูง โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นการล็อกสเป็คไม่เปิดให้ประชาชนมีทางเลือก ที่สำคัญยังมีการระบุว่าจะเร่งประมูลซื้อหัวรถจักรภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ทั้งที่ ระบบรางยังทำไม่เสร็จ และไม่รู้ว่าจะสร้างได้จริงหรือไม่ ไม่อยากให้ต้องมีหัวรถจักรมากองไว้ไม่ได้ใช้งาน เหมือนกับเสาโฮปเวล
ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะเดินหน้าก่อสร้างโครงการพื้นฐานจริงสามารถใช้วิธีการทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนำเงินมาใช้ก่อสร้างได้โดยไม่ต้องเป็นภาระหนี้ของประชาชน หรือจะใช้วิธีให้เอกชนร่วมลงทุน พีพีพีได้ อีกทั้งตัวอย่างประเทศจีนซึ่งมีรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดพบว่าขาดทุนเกือบทุกเส้นทาง







