posttoday
"มาร์ค" ถล่ม "ปู" กู้แซงหน้าทักษิณ

"มาร์ค" ถล่ม "ปู" กู้แซงหน้าทักษิณ

28 มีนาคม 2556

ผู้นำฝ่ายค้าน จวกรัฐบาลกู้แซงหน้าทักษิณ พุ่งเกินหนี้ไอเอ็มเอฟ-กองทุนฟื้นฟู บี้ 3 ปม ยันไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.

ผู้นำฝ่ายค้าน จวกรัฐบาลกู้แซงหน้าทักษิณ พุ่งเกินหนี้ไอเอ็มเอฟ-กองทุนฟื้นฟู บี้ 3 ปม ยันไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.


เวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โดยยืนยันไม่ขอรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ พร้อม ยกเหตุผลประกอบ 3 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลขาดวินัยทางการคลัง เพราะการกู้เงินนอกระบบงบประมาณประจำปีทำได้เฉพาะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะหนี้ชนเพดานเท่านั้น เนื่องจากเป็นภาวะที่ประเทศต้องการเงินจำนวนมากกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้ไม่ได้เกิดเงื่อนดังกล่าวขึ้น แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีการกู้นอกระบบ อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังผิดสัญญาเมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งกับประชาชนว่าจะล้างหนี้ประเทศอีกด้วย

“พรรคเพื่อไทยขึ้นป้ายหาเสียงว่าล้างหนี้ให้ประเทศ แต่กลับกู้หนี้ก้อนใหญ่ในประวัติศาสตร์มากกว่าไอเอ็มเอฟ มากกว่าหนี้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกู้ไว้ 7 แสนล้านมาทำหนี้กองทุนฟื้นฟู มีคนเคยพูดในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อตอนหาเสียงว่าสังหรณ์ใจว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง เพราะพรรคประชาธิปัตย์สร้างหนี้ แต่พรรคเพื่อไทยล้างหนี้ เขาบอกด้วยว่า ‘ไม่ต้องกู้ครับ ผมเป็นคนไม่ชอบกู้ เพราะเราเป็นนักธุรกิจ เข็ดแล้วกู้เงิน ตอนนี้มาช่วยการเมือง ผมไม่อยากให้กู้’ อันนี้คนที่คิดเพื่อไทยทำเป็นคนพูด” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบงบประมาณ หากจัดลำดับความสำคัญของโครงการในประเทศ เช่น หลังปี 56 รัฐบาลบอกว่าจะไม่มีภาระจากโครงการรับจำนำข้าว แต่หลังจากเริ่มโครงการนี้ในปีแรก รัฐขาดทุนถึง 2.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 2% ของรายได้ประชาชาติ และคาดว่าหลังจากนี้ตั้งแต่ปี 56-59 รัฐบาลจะยังคงขาดทุนต่อเนื่องหากไม่ยกเลิกโครงการ จึงอยากถามว่าเหตุใดไม่นำเม็ดเงินที่ขาดทุน 2% ทุกปีมาใช้ในโครงการตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว หรืออย่างโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่ประสบมีปัญหา อยากเตือนรัฐบาลว่างบในโครงการนี้สามารถนำมาสร้างโครงการรถไฟฟ้าได้ถึง 2 สาย

สำหรับเหตุผลที่ 2 คือ ร่าง พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาทขาดระบบการตรวจสอบความโปร่งใส ตามที่รัฐบาลแจกเอกสาร 200 กว่าหน้า แต่เอกสารดังกล่าวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกฎหมาย และไม่เหมือนเอกสารประกอบงบประมาณที่มีสถานะรับรองตามรัฐธรรมนูญว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายงบประมาณ สส.จึงแปรญัตติได้เฉพาะร่าง พ.ร.บ. 4 หน้าและเอกสารบัญชีแนบท้าย 2 หน้าเท่านั้น และหากกฎหมายผ่านสภาแล้วสภาไม่สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐได้อีกแตกต่างจากระบบงบประมาณประจำปี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 ที่ไม่รับร่างหลักการ เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่ได้เชื่อมต่ออาเซียนตามที่รัฐบาลระบุไว้ การศึกษาของต่างชาติระบุว่าหากต้องการเชื่อมต่อกับอาเซียนไทยควรให้ความสำคัญกับรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ และสายกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-ทวาย เป็นอันดับแรก เพราะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสายสิงคโปร์-มาเลเซีย และจีน-ลาวได้ รวมถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย แต่พบว่ารัฐบาลกลับสร้างในเบื้องต้นเพียง กรุงเทพฯ-โคราช ไม่ถึงหนองคายที่ควรเชื่อมต่อลาว และ กรุงเทพฯ-หัวหิน ไม่ถึงปาดังเบซาร์ที่ควรเชื่อมต่อมาเลเซีย แต่กลับให้ความสำคัญกับสายกรุงเทพฯ –เชียงใหม่ ทั้งที่มีความสำคัญน้อยกว่าอีก 2 สาย

“ดังนั้นที่มีการวางแผนให้การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจากจีนไปถึงสิงคโปร์นั้น แต่เมื่อเข้าไทยกลับต้องเปลี่ยนเป็นสถานีรถไฟแบบธรรมดาที่หนองคายเพื่อไปเปลี่ยนเป็นรถไฟความเร็วสูงที่โคราชเข้าสู่กรุงเทพฯ ก่อนจะนั่งรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปหัวหิน และต้องเปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟแบบธรรมดาอีกครั้งเพื่อเข้ามาเลเซีย ไม่สามารถเชื่อมต่อทั้งอาเซียนตามที่รัฐบาลอ้าง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท