
สายตาสั้น สมองสั้น อายุสั้น
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเปิดเผยว่า จะเริ่มต้นพูดคุยกับตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 2829 มี.ค. 2556 ในวันนี้ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดทัศนะของอดีตนักการทูตอาวุโส 23 ท่าน ซึ่งมีความรู้ ประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ การทูตและการเมืองต่างประเทศ ที่มองการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความห่วงใย เพราะที่ผ่านมาความรุนแรงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง (เพื่อให้เห็นภาพต่อเนื่อง ขอให้ท่านผู้อ่านอ่านบทความเรื่อง “อย่าเอาประเทศไปจำนำไว้กับโจร” วันที่ 7 มี.ค. 2556 ประกอบด้วย)
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเปิดเผยว่า จะเริ่มต้นพูดคุยกับตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 2829 มี.ค. 2556 ในวันนี้ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดทัศนะของอดีตนักการทูตอาวุโส 23 ท่าน ซึ่งมีความรู้ ประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ การทูตและการเมืองต่างประเทศ ที่มองการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความห่วงใย เพราะที่ผ่านมาความรุนแรงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง (เพื่อให้เห็นภาพต่อเนื่อง ขอให้ท่านผู้อ่านอ่านบทความเรื่อง “อย่าเอาประเทศไปจำนำไว้กับโจร” วันที่ 7 มี.ค. 2556 ประกอบด้วย)
ท่านสรุปว่า ไม่มีใครคัดค้านเรื่องการพูดคุยเพราะเป็นความพยายามลด ระงับ ความขัดแย้ง ความรุนแรง ที่สมควรกระทำ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในที่สุดก็ต้องมีการพูดคุยกัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ซึ่งมีทั้งจุดดีและจุดเสี่ยง แต่ทุกอย่างก็ต้องมีจุดเริ่ม ในหลักการ รัฐต้องตระหนักว่า
หนึ่ง ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มบุคคลกับรัฐ รัฐบาลต้องพยายามทำให้เป็นปัญหาภายใน อย่าให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง อย่าเปิดโอกาสให้กับต่างประเทศ หากจำเป็นต้องขอให้ประเทศอื่นช่วย ก็ต้องทำแบบเงียบๆ ก่อน
สอง นโยบายของรัฐบาลในการพูดจาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของฝ่ายรัฐเห็นพ้องกันทั้งในหลักการ แนวทาง ท่าที ตัวบุคคลที่จะพูดคุยด้วย จังหวะเวลาที่จะติดต่อพูดคุย นัยหนึ่ง ฝ่ายเราต้องมีความเป็นเอกภาพ
สาม ต้องติดต่อพูดจากับบุคคล กลุ่มคนคู่ขัดแย้งที่มีอำนาจในการต่อรองที่แท้จริง
สี่ การติดต่อพูดจาระยะแรกต้องไม่มีการเปิดเผยเพื่อไม่ให้คู่พูดจาถูกกดดัน เริ่มต้นด้วยการรับฟังความรู้สึก ปัญหาของแต่ละฝ่าย คู่กรณีต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยการลดความรุนแรงให้เราเห็น ปรับท่าทีข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายให้พอรับกันได้ แล้วค่อยแถลงข่าวให้สาธารณชนได้รับรู้
ห้า รัฐต้องแสดงให้คู่ขัดแย้งและประชาชนตระหนักว่า รัฐมีความจริงใจในการติดต่อพูดจา แต่ที่ยังต้องปฏิบัติการต่อเนื่องนั้นก็เพื่อให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและรักษาสาธารณสมบัติ
หก การให้ข่าวต่อสื่อมวลชนและประชาชนต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง รอบคอบทุกครั้ง รัฐบาลควรมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งให้ชัดเจนในการแถลงข่าว หรือจะมอบให้คนหนึ่งแถลงข่าวแก่ผู้สื่อข่าวในประเทศ อีกคนแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็ได้ แต่ไม่ควรกระทำอย่างพร่ำเพรื่อ
อย่างไรก็ดี นักการทูตอาวุโสมองว่า การทำงานของฝ่ายเรากระโดดข้ามขั้นไป และมุ่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างเครดิตให้กับ “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่เป็นคนใจเร็ว ใจร้อน ต้องการเห็นผลเร็วโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เป็นการหวังผลทางการเมืองมากกว่า ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียได้
นักการทูตอาวุโสมองว่า การพูดคุยเป็นการแสดงเจตนาของทั้งสองฝ่ายที่จะเปลี่ยน “ท่าทีเดิน” นี่เป็นครั้งแรกของเราและเป็นครั้งแรกของเขาด้วย เป็นการยอมรับการเป็นตัวตนที่มีความแตกต่าง อย่างไรก็ดี การพูดคุยและการเจรจาที่อาจตามมาในภายหลังนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน กว้างขวางเกินกว่าที่จะละเลย ต้องใช้ “มืออาชีพ” ในการจัดการ ต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาที่ใช้ในแง่กฎหมาย เพราะอาจโยงไปถึงระดับต่างประเทศ รวมทั้งต้องคำนึงถึงจังหวะเวลาในการกระจายข่าว เรื่องพวกนี้เราต้องจัดการให้ดี เพราะการต่อสู้ทุกชนิดทั้งในสนามรบและบนโต๊ะพูดคุยต้องมีชั้นเชิง จุดได้และเสียของเราอยู่ตรงไหน แต่เอกสารที่ลงนามร่วมกันนั้นดูเหมือนว่าจะผูกมัดกับฝ่ายเรามากกว่าอีกฝ่าย
ในการพูดจากันครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไป หนีไม่พ้นต้องมี “การต่อรอง” คู่ขัดแย้งต่างก็มีจุดยืนของตน การที่มาพูดคุยกันแสดงว่าแต่ละฝ่ายไม่ได้ยืนในท่าทีเดิม แต่ยอมปรับเปลี่ยนท่าทีบ้าง ส่วนจะเปลี่ยนอะไรบ้างเราไม่รู้ แต่ละฝ่ายจะยืนอย่างเก่าไม่ได้ ถ้าเราจะยอม เรายอมได้แค่ไหน เรามีจุดถอยตรงไหน และจะถอยได้มากน้อยเพียงใด ในขณะที่ ขจก.มีแผนในใจไว้แล้ว
เราต้องไม่ลืมว่า รัฐบาลไทยมีตัวตน มีสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ แต่ ขจก.เป็นกองโจร ไม่มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร สิ่งหนึ่งที่เขาได้ชัดๆ คือ หลุดพ้นจากการเป็นอาชญากร จากการเป็นโจร เพราะเขากลายเป็น “คู่ศึก” กับไทยที่ได้รับการรับรองแล้ว เท่ากับเราไปยกระดับ ขจก.ขึ้นมาให้เขาได้ “สถานะระหว่างประเทศ” ที่เขาสามารถเอาเรื่องนี้ไปอ้างกับต่างประเทศได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะใช้ความเป็น “คู่สัญญา” ได้มากน้อยเพียงใด
เพียงแค่เริ่มต้นของการพูดคุย ผู้แทนของ ขจก. ก็เรียกร้องไว้ในข้อแรกก่อนแล้วว่า “ผู้ที่จะเจรจาต้องเป็นตัวแทนจากรัฐบาลไทยเท่านั้น” เพื่อเป็นการผูกมัดรัฐบาล ในขณะที่ฝ่ายเรายังไม่รู้เลยว่า ฮาซัน ตอยิบ นั้นเป็น “ของจริง” ที่พูดแทนกลุ่มต่างๆ ทั้งหมดได้หรือไม่อย่างไร
ครั้งนี้ มาเลเซียเปิดตัวโดยยอมรับอย่างเป็นทางการว่า อยู่เบื้องหลังขบวนการแบ่งแยกดินแดนไทยมาโดยตลอด ให้สิ่งอำนวยความสะดวกแก่แกนนำ ขจก.ที่อยู่ในมาเลเซีย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในความ “ดูแล” ของมาเลเซีย มาเลเซียสามารถ “สั่ง” แกนนำ ขจก.ในมาเลเซียได้ ขอให้สังเกตดูข้อเสนอที่ 6 ของ ขจก. ที่ว่า “ให้ประเทศมาเลเซียเป็นตัวกลาง” ซึ่งเป็นสิ่งที่มาเลเซียพยายามตลอดมาที่จะเป็น “ตัวกลาง” มากกว่าเป็นเพียง “ผู้อำนวยความสะดวก” ในความเป็นจริง ทีมไทยกำลังพูดคุยต่อรองกับมาเลเซีย ส่วน ฮาซัน ตอยิบ และตัวแทนอื่นๆ หากมี เป็นเพียง “นอมินี” เท่านั้น เหมือนกับที่รัฐบาลอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เคยเจอมาแล้ว ด้วยเหตุนี้กระมังที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติออกปากว่า หากการพูดคุยไม่ประสบความสำเร็จ มาเลเซียต้องรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง
ผลจากการลงนามในครั้งแรก เป็นการสร้าง “ความชอบธรรม” ให้แก่มาเลเซียเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหาว่ามาเลเซียแทรกแซงกิจภายในของไทย ซึ่งขัดกับกฎบัตรอาเซียนและสหประชาชาติ เพราะไทยขอให้เขาช่วยเอง
คนส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการของการพูดคุย แต่ท่านผู้รู้ให้คำเตือนถึงวิธีการว่าควรรอบคอบ ระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น เพื่อไม่ให้พลาดท่าเสียที เพราะ “เดิมพัน” ครั้งนี้สูงมาก ซึ่งเป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองที่คนไทยทุกคนมีส่วนในเดิมพันนี้ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ เพราะ “3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย” นอกจากถามคนในพื้นที่แล้ว รัฐบาลต้องถามความเห็นของคนไทยทั่วประเทศด้วย การบริหารจัดการความมั่นคงของชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าคิดว่าอยากได้อะไรก็ยอมๆ มันไปเพื่อให้เรื่องมันจบ ความสงบจะได้เกิดขึ้นเสียที อย่างนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ วันนี้วิธีการที่ทางการไทยทำนั้นเหมือนกับการ “เจรจา” เข้าไปทุกทีแล้ว







