
วัด-โรงเรียนแปดริ้วสร้างกำแพงกั้นอย่าขาดจากกัน
สะเทือนใจชาวพุทธ หลังวัด-โรงเรียน สร้างกำแพงแบ่งแยกอย่าขาดออกจากกันอย่างเด็ดขาด
สะเทือนใจชาวพุทธ หลังวัด-โรงเรียน สร้างกำแพงแบ่งแยกอย่าขาดออกจากกันอย่างเด็ดขาด
ชาวบ้านร้านตลาดในเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ต่างพากันสุดสะเทือนใจต่อภาพของกำแพงวัดเก่าแก่ เนื่องจากวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อสร้างขึ้นมานานเกือบ 200 ปี ตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาล ที่ 3 ได้มีการทุบทำลายรั้วกำแพงรูปธรรมจักร ของทางวัด เพื่อเจาะช่องทำเป็นทางเดิน และก่อสร้างตัวกำแพงขนาดใหญ่ขึ้นมาปิดกั้น แบ่งแยกวัดออกจากโรงเรียนอนุบาลวัดเมือง เพื่อแยกตัวออกจากกันอย่างเด็ดขาดโดยสิ้นเชิง ทั้งที่วัดและโรงเรียนแห่งนี้ ได้อยู่เคียงคู่กันมาอย่างยาวนาน มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ตามแบบฉบับของสังคมไทยในยุคสมัยก่อน ที่วัด และโรงเรียน จะต้องอยู่คู่กัน และต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้ นายประสิทธิ แดนสูงเนิน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/8 ม.8 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา หนุ่มใหญ่ วินรถจักรยานยนต์รับจ้างหน้าโรงเรียนอนุบาลวัดเมือง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ที่วัดและโรงเรียนแห่งนี้นั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากภายใน ซึ่งตนพร้อมด้วยชาวบ้านที่อยู่อาศัยรอบวัด ไม่สามารถที่จะให้รายละเอียดข้อมูลใดๆ ได้
เนื่องจากจะต้องทำมาหากินอยู่กับวัด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ชาวบ้านและคนที่อยู่ที่นี่ต่างไม่สบายใจกันทุกคน แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร โดยกำแพงเก่าแก่ของวัดแห่งนี้ ได้ถูกทุบแยกออกจากกัน ตั้งแต่เมื่อช่วงหลังปีใหม่ เพื่อแบ่งแยกความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันออกไป โดยได้มีการสร้างถนนเป็นเส้นทางแคบๆ กว้างประมาณ 3-4 เมตร เป็นทางเดินเท้าอยู่ตรงกลาง ขณะที่ทางวัดได้เริ่มทำการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐมอญขึ้นมาปิดกั้นเป็นรั้วหนาทึบ เป็นแนวยาวหลายร้อยเมตร
ทั้งนี้ถ้าหากการสร้างกำแพงแบ่งแยกแล้วเสร็จลง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ความยากลำบากของเด็กนักเรียน และผู้ปกครอง จำนวนกว่า 3 พันคน ที่จะต้องเดินทางเข้า-ออก เพื่อนำบุตรหลานมาส่งเข้าโรงเรียน ในช่วง เช้า-เย็น เนื่องจากทางโรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัด ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล 1 จนถึง ป.6 จะต้องพากันเดือดร้อน เนื่องจากจะเกิดปัญหาความแออัดในด้านการจราจร จนรถติดขัดอย่างหนักในบริเวณนี้
นอกจากนี้ได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมจากชาวบ้านในบริเวณนั้นอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากการที่เจ้าอาวาสวัดรูปปัจจุบัน (พระเทพปัญญาเมธี) ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดความไม่พอใจต่อทางโรงเรียน ในหลายๆ เรื่อง หลังจากที่ทางวัดต้องการที่จะใช้พื้นที่ บางส่วนของทางวัด ที่มีอาคารเรียนปลูกสร้างอยู่ นำไปใช้ก่อสร้างอาคารหอพัก เพื่อเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาเช่าอยู่อาศัย เนื่องจากทางวัดอ้างว่าทางวัดไม่มีรายได้ มีคนมาทำบุญน้อยไม่พอที่จะนำไปใช้จ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟ จึงต้องการที่จะหารายได้ในส่วนนี้เข้ามาเป็นรายได้หลักของทางวัด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกุฏิพระภายในวัดแห่งนี้ ได้ถูกก่อสร้างออกมาอย่างหรูหรา และติดแอเครื่องปรับอากาศเกือบทุกหลัง แต่ทางโรงเรียนไม่ยินยอมให้จึงเกิดปัญหากันขึ้นมา
โดยก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาทางวัดยังได้เคยให้ทางโรงเรียนนำเอาซองผ้าป่าของทางวัดไปแจกจ่ายเพื่อเรี่ยไร เงินทำบุญมาจากผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 2 พันซอง โดยที่ทางวัดได้กำชับให้ทางโรงเรียนนำซองทำบุญทั้งหมดมาส่งมอบให้แก่ทางวัด โดยที่ไม่ต้องแกะซองเพื่อนับเงินบริจาคก่อนส่งมอบ แต่ทางโรงเรียนสามารถเก็บซองที่แจกจ่ายออกไปกลับคืนมาได้เพียง 1,800 ซอง เนื่องจากผู้ปกครองของนักเรียนบางส่วนนั้น ไม่ใช่ข้าราชการ หรือเป็นผู้มีฐานะทั้งหมด แต่ยังมีคนที่หาเช้ากินค่ำฐานะยากจน แต่ต้องการให้บุตรหลานได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนที่ดีๆ จึงไม่มีเงินบริจาคให้ จนทำให้ทางวัดเกิดความไม่พอใจ ในเรื่องนี้มาเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุที่สำคัญอีกอย่าง จนเป็นเหตุให้ทางวัดไม่พอใจต่อทางโรงเรียนมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณอีกนั้น คือ เมื่อครั้งที่ทางวัดได้เคยขอร้องให้ทางโรงเรียน หยุดทำการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน เพื่อลดความแออัด และเกิดปัญหาความวุ่นวายจากการจราจรที่ติดขัดภายในบริเวณวัด ในวันจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้แก่เจ้าอาวาส แต่ทางโรงเรียนเห็นว่าทางวัดมีเหตุผลไม่เพียงพอที่จะให้ทางโรงเรียนต้องหยุดทำการเรียนการสอน ที่จะต้องมีนักเรียนถึงกว่า 3 พันคนเดือดร้อน จากการหยุดเรียน จนอาจส่งผลกระทบทำให้การเรียนการสอนสะดุด จึงไม่ได้ปฏิบัติตาม จึงยิ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ทางวัดมากยิ่งขึ้นอีก แต่ที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพระในวัดแห่งนี้ เนื่องจากเจ้าอาวาสรูปนี้มีบารมีสูง โดยมีคนในตระกูลนักการเมืองดัง (ฉายแสง) ได้พากันไปแห่นำเอาพระรูปนี้เข้ามาอยู่จำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสยังวัดแห่งนี้ จากวัดนอกเขตชานเมือง (วัดจุกเฌอ) ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของนักการเมืองรุ่นเก่า ต้นตระกูลการเมืองใหญ่รายหนึ่ง
ส่วนผลงานที่ผ่านมานั้น เจ้าคณะจังหวัดรูปนี้ เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการเสนอ มส. (มหาเถรสมาคม) สั่งปลดอดีตเจ้าอาวาสวัดโสธร รูปก่อน (พระราชมงคลวุฒาจารฒ์ หรือ สุธีร์ ทองบูรณะ) ด้วยอ้างเหตุจากแก่ชราภาพ วัย 86 ปี และล่าสุดยังได้เป็นผู้เสนอแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ จากอำเภอบางปะกง วัยคราวเดียวกันกับอดีตเจ้าอาวาสรูปเดิมที่ถูกปลดออกไปในขณะนั้น เข้ามาทำหน้าที่เจ้าอาวาสแทนอีกด้วย
สำหรับวัดเมือง หรือวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ แห่งนี้ เป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่เป็นอย่างมาก ของชาว จ.ฉะเชิงเทรา มีโบราณสถาน ทั้งโบสถ์ เจดี สุสานอั้งยี่ รวมทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างมากมาย และล่าสุดยังได้ถูกยกฐานะให้เป็นวัดหลวง อีกแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสมที่จะทำการบูรณะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ในการสร้างรายได้เข้ามาทะนุบำรุงวัด แต่ทำไมวัดจึงได้ตกต่ำจนแทบไม่มีคนเข้ามาทำบุญที่นี่เลย ชาวบ้านรอบวัดคนหนึ่งเผย







