
เคเอ็นพีพีหวั่นส่งผู้อพยพกลับพม่า
ความวุ่นวายในประเทศพม่าช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับพม่ากว่า 2,000 กิโลเมตร ตั้งแต่เหนือสุด จ.เชียงราย ยันภาคใต้ที่ จ.ระนอง ต้องแบกรับปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบนับแสนคน โดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงคะยาและไทยใหญ่
ความวุ่นวายในประเทศพม่าช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับพม่ากว่า 2,000 กิโลเมตร ตั้งแต่เหนือสุด จ.เชียงราย ยันภาคใต้ที่ จ.ระนอง ต้องแบกรับปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบนับแสนคน โดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงคะยาและไทยใหญ่
ล่าสุดหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 30 ปี รัฐบาลพลเรือนพม่าหารือกับรัฐบาลไทยถึงแนวทางรับผู้อพยพเหล่านี้กลับ ด้านผู้อพยพพม่านั้นยังลังเล เพราะไม่มั่นใจว่ารัฐบาลพม่าจริงใจที่จะสร้างสันติภาพแค่ไหน
ทันทีหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบ กลุ่มคะเรนนี หรือคะยา บ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สาเหตุของเพลิงไหม้คือคำถามสำคัญ เพราะเกี่ยวโยงถึงสถานะของผู้ลี้ภัยเหล่านี้
แม้หน่วยงานราชการของไทยจะยังไม่มีข้อตกลงเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวพม่า ตามที่รัฐบาลพม่าหารือมา ซึ่งอาจวิตกว่าเหตุการณ์อาจซ้ำรอยการส่งกลับม้งลาวกว่า 4,000 คน เมื่อปี 2552 เพราะการตัดสินใจโดยไม่ฟังคำทัดทานจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ทำให้ไทยถูกโจมตีอย่างหนัก
เหตุการณ์ครั้งนี้ พล.ท.บีทู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังกู้ชาติคะเรนนี หรือเคเอ็นพีพี ยังกังวลว่า หากผู้อพยพเหล่านี้ถูกส่งกลับ ก็ไม่อาจหวังหรือมั่นใจต่อสันติภาพและความสงบสุข
“แม้รัฐบาลพม่าและเคเอ็นพีพีจะลงนามหยุดยิงและเจรจาสันติภาพกัน แต่ก็ยังไม่เห็นความจริงใจของฝ่ายทหารพม่า มีการเลื่อนนัดเจรจาไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้อพยพที่อยู่ในฝั่งไทย ก็ไม่มีบ้านเรือนที่ทำกินในเขตรัฐคะเรนนี (คะยา) ในพม่าอีกแล้ว หากกลับไปก็จะลำบาก”
สิ่งที่ พล.ท.บีทู กังวลที่สุด คือ การสู้รบอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะทุกวันนี้ทหารพม่าและเคเอ็นพีพีก็ยังกระทบกระทั่งกันอยู่บ้างแม้ไม่รุนแรงนัก
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของไทย วางแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยเหล่านี้โดยแบ่งการดูแลเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่มีประเทศที่ 3 ยื่นความประสงค์ขอรับตัวไปเป็นพลเรือน เช่น ล่าสุดรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นรับผู้อพยพไปอยู่ในความปกครองจำนวน 50 คน และอีกกลุ่ม คือ คนส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ทางการไทยได้เตรียมการรองรับในการส่งตัวกลับด้วยการฝึกอบรมอาชีพ
ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศขอหารือรัฐบาลพม่าเพื่อนำไปสู่การกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนในการทยอยส่งตัวกลับ







